คนสุดขีดนักกล้ามหญิงปลาน้ำลึกรถแต่งซิ่ง7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสิ่งก่อสร้างสุดขีดพับกระดาษสมุดระบายสี

หนังยาวที่สุดในโลก

หนังยาวที่สุดในโลก ( Longest Movie )

Longest Movie หนัง(ภาพยนต์)ยาวที่สุดในโลก หลายคนๆ คงคิดว่าต้องเป็น ไททานิค(Titanic) ที่นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ และ เคต วินสเลต ที่มีความยาวกว่า 3 ชั่วโมง(194 นาที) ต้องเรียกว่ามันสุดแสนจะ baby เลยหากเทียบกับ หนัง(ภาพยนต์) เรื่อง "การเยียวยาโรคนอนไม่หลับ (A Cure for Insomnia) "

รายละเอียดเกี่ยวกับ หลัง(ภาพยนต์)ยาวที่สุดในโลก

  • ภาพยนต์เรื่องนี้มีชื่อว่า การเยียวยาโรคนอนไม่หลับ (A Cure for Insomnia)
  • ผู้กำกับคือ John Henry Timmis IV
  • ครองสถิติ หนังยาวที่สุดในโลก จากกินเน็สบุ๊ค ตั้งแต่ปี 1987 จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีภาพยนต์เรื่องใดทำลายสถิตินี้ลงได้
  • ภาพยนต์เรื่องนี้มีความยาว 5,220 นาที ( 87 ชั่วโมง )
  • ภาพยนต์เรื่องนี้ไม่มี Plot เรื่อง เนื้อเรื่องภายในภาพยนต์ นั้นมีเพียงใช้นักกวีชื่อว่า L.D. Groban มาอ่านบทกวีของตนเอง จำนวน 4,080 แผ่น ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 วันครึ่ง สลับกับ คลิปเพลง Heavy metal สลับกับหนังโป๊ เป็นช่วงๆ
  • ไม่มีโรงภาพยนต์ใด รับหนังเรื่องนี้ไปฉาย
  • มันได้รับการฉายอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกที่ The School of the Art Institute ในชิคาโก(Chicago), Illinois เมื่อวันที่ 31 มกราคม ถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 1987 ต่อเนื่อง
ข้อมูลอ้างอิง หนังยาวที่สุดในโลก ( Longest Movie )

  • http://en.wikipedia.org/wiki/The_Cure_for_Insomnia

กำเนิด ครอสเวิร์ด ครั้งแรกในโลก


Crossword ครอสเวิร์ด หรือที่รู้จักกันในชื่อภาษาไทยว่า "ปริศนาอักษรไขว้" เป็นหนึ่งในเกมส์สุดคลาสสิค ที่ไม่เพียงให้ความสนุก แต่ยังช่วยฝึกภาษาในการฝึกการใช้คำศัพท์ ที่หลายๆคนต้องเคยเล่นผ่านกันมาบ้าง วันนี้มารู้จักรอสเวิร์ด กระดานแรกกันบ้างครับ

กำเนิด ครอสเวิร์ด ครั้งแรกในโลก

  • ผู้ให้กำเนิด ครอสเวิร์ด คือ Arthur Wynne ที่มีอาชีพเป็นนักออกแบบเกมส์ปริศนา ในหนังสือพิมพ์ไทม์
  • ในการคิดค้นครั้งแรกเขาให้ชื่อเกมส์นี้ว่า Word-cross
  • เกมส์ครอสเวิร์ดนี้ ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในโลก เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 1913
  • เขาไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะเป็นผู้ให้กำเินิด หนึ่งในเกมส์ยอดนิยมที่สุดในโลก เกมส์หนึ่ง
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://oddee.com/item_96511.aspx

เมื่อหมอ คนเดียวประจำคณะสำรวจขั้วโลกไส้ติ่งอับเสบ อะไรจะเกิดขึ้น

ผ่าตัดตัวเอง

When เมื่อหมอ คนเดียวประจำคณะสำรวจแอนตาร์กติก เกิดไส้ติ่งอับเสบ ไม่มีหมอ ไม่มีเครื่องบิน ไม่มีความช่วยเหลืออื่นใดจากโลกภายนอกที่ทันช่วงที หากปล่อยไว้ไส้ติ่งเกิดแตกขึ้นมา คุณหมอจะติดเชื้อในช่องท้องอย่างรุนแรง โลหิตเป็นพิษ และเสียชีวิตในที่สุด

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ทางการผ่าตัดเกิดขึ้นเมื่อ

  • ในวันที่ 29 เมษายน 1961 นายแพทย์ Leonid Rogozov ชาวโซเวียต อายุ 27 ปี แพทย์ประจำคณะสำรวจแอนตาร์กติก ที่ 6 เกิดเจ็บท้องเฉียบพลัน บริเวณรอบสะดือ ก่อนจะย้ายมาปวดท้องบริเวณท้องส่วนล่างด้านขวา และมีไข้สูง
  • นายแพทย์ Leonid Rogozov รู้ได้ในทันทีว่านั้นคืออาการของไส้ติ่งอับเสบ(Appendicitis)
  • แต่คุณหมออยู่ท่ามกลาง ทวีปที่โดดเดี่ยว ห่างไกล และทุรกันดารที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ไม่มีแพทย์คนอื่น ไม่มีเครื่องบิน หรือพาหนะอื่นได้ที่จะส่งคุณหมอไปรักษาอย่างทันท่วงที
  • ทางรอดเพียงของคุณหมอคือ การผ่าตัดตัวเอง ( Self surgery )
  • ในคืนวันที่ 30 เมษายน 1961 คุณหมอได้ลงมือผ่าตัดไส้ติ่งตัวเอง โดยใช้ฉีดยาชาเฉพาะที่ Novocaine เปิดช่องท้องเป็นแผลยาว 12 เซ็นติเมตร
  • ทำการผ่าตัดโดยใช้มือสัมผัส และมองผ่ากระจก ที่ถือโดยบผู้ช่วยจำเป็น
  • ผู้ช่วยจำเป็น คือ วิศวกรเครื่องกล และนักอุตุนิยมวิทยา ที่ทำหน้าที่เป็นลูกมือช่วยผ่าตัด หยิบของ ถือกระจกให้คุณหมอมอง เพื่อผ่าตัดผ่านกระจก
  • การผ่าตัดใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 45 นาที
  • คุณหมอใช้เวลาพักพื้นอยู่ 5 วันอาการไข้ และอุณหภูมิร่างกายจึงกลับสู่ภาวะปกติ และพักต่ออีก 2 วันแผลผ่าตัดจึงทุเลา
บทความเกี่ยวกับ โรคประหลาด และความพิการ

ข้อมูลอ้างอิง เมื่อหมอ ประจำคณะสำรวจไส้ติ่งอับเสบ อะไรจะเกิดขึ้น

  • http://englishrussia.com/?p=7297

พระพุทธรูปเล่อซาน พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผา ใหญ่ที่สุดในโลก

พระพุทธรูป แกะสลักหน้าผา ใหญ่ที่สุดในโลก

The Leshan Giant Buddha พระพุทธรูปเล่อซาน คือ พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผา ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็น 1 ใน มรดกโลกภายใต้ชื่อ "ภูมิทัศน์แห่งเขาเอ๋อเหมยและพระพุทธรูปเล่อซาน"

ประวัติ และข้อมูล เกี่ยวกับ พระพุทธรูปเล่อซาน

  • พระพุทธรูปเล่อซาน ประดิษฐานอยู่ที่เขาเอ๋อเหมยซาน (หรือที่รู้จักในชื่อ เขาง้อไบ๊ ) บริเวณด้านหน้าพระพุทธรูปคือ แม่น้ำ Qingyi ใน มณฑลเสฉวน(Sichuan) ประเทศจีน
  • เป็นที่น่าหลาดใจที่พระพุทธรูปเล่อซาน ไม่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวในเสฉวน เมื่อปี 2008 เลย
  • องค์พระมีความสูง 71 เมตร ไหล่กว้าง 28 เมตร ถือเป็นพระพุทธรูป แกะสลักหน้าผา ใหญ่ที่สุดในโลก
  • สร้างในช่วงราชวงศ์ถัง ( Tang Dynasty ) เริ่มก่อสร้างในปี 713 นำโดยหลวงจีน ชื่อว่า ไฮ่ถัง (Haithong)
  • เนื่องจากคุ้งน้ำบริเวณนี้ได้ กลืนกินเรือไปเป็นจำนวนมาก หลวงจีนไฮ่ถัง จึงหวังว่าการก่อสร้าง พระพุทธรูปเล่อซาน จะช่วยปกปักษ์ เรือต่างๆที่ผ่านมาบริเวณนี้
  • หลวงจีนไฮ่ถัง พูดไว้ว่าหากก่อสร้างพระพุทธรูปนี้สำเร็จ จะควักลูกตาของตัวเอง เพื่อเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
  • แต่หลวงจีนไฮ่ถังได้มรณภาพลงก่อนที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ งานก่อสร้างจึงหยุดไปกว่า 70 ปี
  • ต่อมาจึีงมีขุนนางใหญ่นามว่า Jiedushi ได้เข้ามสนับสนุนเรื่องงบประมาณจนก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี 803
พระพุทธรูป แกะสลักหน้าผา ใหญ่ที่สุดในโลก
รูปนี้ แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ เป็นอย่างมาก เมื่อเทียบขนาดกับนักท่องเที่ยว 2 คน
หลังจากการก่อสร้างพระพุทธรูปเล่อซานแล้วเสร็จ เป็นที่หน้าประหลาดใจว่า แม่น้ำ Qingyi ลดความรุนแรง และสงบลงอย่างน่าประหลาด ซึ่งในความเป็นจริง เป็นผลจากการแกะสลักพระพุทธรูป จะมีหินที่ต้องแกะสลักทิ้ง จะถูกทิ้งลงแม่น้ำทำให้กระแสน้ำ สงบลง
ข้อมูลอ้างอิง พระพุทธรูป แกะสลักหน้าผา ใหญ่ที่สุดในโลก


  • http://en.wikipedia.org/wiki/Leshan_Giant_Buddha
  • http://www.cycnet.com/cms/2004/cycenglish/picturechina/index_pics/t20050830_31220.htm

บทความดีๆ จงอย่ายอมแพ้ที่จะมีชีวิต แม้จะต้องกินเนื้อ ดื่มเลือด จากศพ



You คุณจะทำอย่างไรถ้า คุณ เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่รอดชีวิต จากเหตุการณ์เครื่องบินตก อยู่ท่ามกลางภูเขาหิมะที่หนาวเหน็บ ได้รับบาดเจ็บ ขาดแคลนทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม ท่ามกลางศพของญาติ พี่ น้อง และเพื่อนสนิท จะยอมตายกลายเป็นผี หรือ จะสู้โดยการกลายเป็นยักษ์มาร

จงฟังเรื่องราว ของ กลุ่มคนที่ไม่ยอมแพ้ แม้จะต้องเป็นยักษ์มาร

  • 12 ตุลาคม 1972 เครื่องบินแบบ Twin Turboprop ของ Fairchild รุ่น FH-227 เที่ยวบินที่ 571 ของกองทัพอากาศอุรุกวัย ( Uruguayan air force ) ออกจาก Montevideo เพื่อไป Santiago ในประเทศชิลี โดยมีลูกเรือ 5 คน ผู้โดยสาร 40 คน
ภาพ เครื่องบิน Twin Turboprop ของ Fairchild รุ่น FH-227 เที่ยวบินมรณะที่ 571
  • เที่ยวบินนี้บินโดยกัปตันผู้มากประสบณ์การณ์ Antoine de Saint-Exupery ผู้เคยเป็นนักบินไปรษณีย์ผ่าน เทือกเขา Andes ผู้รู้ซึ้งถึงอันตรายในการบินผ่านพื้นที่นี้ดี เนื่องจากทัศนวิสัยที่เลวร้าย จาก กลุ่ม เมฆ หมอก ไอน้ำต่างๆ
  • เที่ยวบินนี้เป็นเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ( Chartered Flight ) สำหรับทีมรับบี้อุรุกวัย เพื่อไปแข่งในประเทศชิลี

ภาพถ่ายทีมรับบี้ อุรุกวัย ที่เช่าเหมาลำเที่ยวบิน 571
  • เนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้ายมาก เครื่องบินจึงหยุดรออยู่ที่สนามบิน Mendoza ประเทศ อาร์เจนติน่า(Argentina) ในช่วงเวลากลางคืน แต่ในเช้าวันรุ่งขึ้นอากาศกับยิ่งเลวร้ายยิ่งขึ้น
  • กัปตันเลือกบินในระยะต่ำ เพื่อหลบเมฆหนาที่ก่อตัวอยู่ในระดับสูง บนเทือกเขาแอนเดส เนื่องจากอันตรายมากที่จะบินผ่าไปในเมฆหนา
  • ด้วยเหตุเมฆไม่ได้ยกตัวขึ้นสูง แต่กับปกคลุมยอดเขาจนมิดหมด ประกอบกับเครื่องวัดภายในเครื่องบินที่ผิดพลาด ทำให้กัปตันเกิดความเข้าใจผิดจึังบังคับเครื่องบินสู่พื้นดิน (ศัทพ์ทางการบินเรียกว่า Controlled Flight into Terrain ) จากระดับความสูง 12,000 ฟุต เป็นเหตุให้เครื่องบินตก
  • มีเหตุประหลาดก่อนเครื่องบินตก เครื่งนำร่องเกิดดับไป เป็นเหตุให้ตำแหน่งเครื่องบินตก คลาดเคลื่อนไปทำให้การช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ในเวลาต่อมาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

เส้นทางการบินของเที่ยวบิน 571 แนวเส้นปะคือเส้นทางการบินที่ถูกต้อง แต่เครื่งบินกับหักเลี้ยวพุ่งเข้าขนภูเขา
  • ทันทีที่เครื่องบินตก มีผู้เสียชีวิตทันที 12 ศพ หายสาบสูญไป 5 คน รวมถึงนักบินในห้องควบคุมทั้งหมด
  • ในรุ่งขึ้นของเช้าวันต่อมามีผู้เสียชีวิตอีก 5 ศพ เนื่องจากอาการบาดเจ็บสาหัส ทำให้เหลือผู้รอดชีวิต 28 คน ที่กำลังเฝ้ารอความช่วยเหลือ
  • ผู้รอดชีวิตทั้งหมดมั่นใจว่า หน่วยช่วยเหลือจะมาถึง อีกภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่เกินวัน แต่พวกเขาเข้าใจผิด ( ความช่วยเหลือจะไม่มีวันเดินทางมาถึงเขาเลย หากพวกเข้ายอมแพ้ และขอมืองอเท้า อยู่เฉยๆ )
  • เมื่อพูดถึงทีมช่วยเหลือ พวกเขาไม่ทราบตำแหน่งตกของเครื่องที่แน่นอน ซ้ำร้ายตัวเครื่องบิน ที่ พ่นด้วยสีขาว ทำให้กลืนหายไปในหิมะ เมื่อค้นหาจากเครื่องบิน ภาระกิจค้นหา อย่างเป็นทางถูกยกเลิกปฏิบัติภาระกิจเมื่อผ่านไป 8 วัน
  • ในวันเดียวกันที่ภาระกิจค้นหาหยุด ผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินตก ก็เสียชีวิตอีก 1 ศพ ทำให้เหลือผู้รอดชีวิตเพียง 27 คน
  • ภายในซากเครื่องบิน ผู้รอดชีวิต(Roy Harley)ค้นพบ เครื่งส่งวิทยุขนาดเล็ก แต่สิ่งที่เขาได้ยินเสียงจากวิทยุยิ่งทำลายกำลังใจของพวกเขา ลงอย่างมากเมื่อได้ยินข้อความเกี่ยว การยกเลิกภาระกิจค้นหา พวกเขา
  • ส่วนน้ำดื่ม นาย Fito คิดวิธีใช้แผ่นเหล็กจากที่นั่งบนเครื่องบิน มาตากแดด โดยวางหิมะไว้ด้านบนเพื่อให้หิมะ ละลายเป็นน้ำ และรองไว้ด้วยขวดไวท์
  • สิ่งที่ใช้ในการประทังชีวิตของพวกเขา คือ ช็อกโกแลทแท่ง ขนนกรุบกรอบ และไวท์ ที่ใช้เสริท์ในเครื่งบินแต่อาหารนั้นมีน้อยเสียเหลือเกิน ไม่นานอาหารก็หมดลง และบนภูเขาหิมะก็ไม่มี แม้แต่พืช หรือ สัตว์ ที่พอจะนำมาใช้เป็นอาหาร
  • พวกเขาจำเป็นต้องกินทุกอย่างที่หาได้ ไม่ว่าจะเป็นหนังจากกระเป๋า เบาะที่นั่ง ทุกสิ่งที่พอจะฉีกหรือกลืนลงคอได้ จนไม่มีอะไรเหลือพอจะกินได้อีกแล้ว
  • ความหิวโหยคุกคลามผู้รอดชีวิตอย่างรุนแรง จนจุดเปลี่ยนได้เกิดขึ้นเมื่อนาย Piers Paul ได้กล่าวถึง เหตุการในพระคัมภีรย์ ในเหตุการณ์อาหารมื้อสุดท้าย ( The Last Supper ) เมื่อพระเยซูทรงยื่นขนนปังให้แก่ สาวก และกล่าวว่า "(ขนนปัง)นี้คือร่างกายของเรา , (และไวท์) นี้คือเลือดของเรา" "This is my body", and wine, saying, "This is my blood" เพื่อปลอบประโลมจิตใจการกระทำของพวกเขาต่อไปนี้ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ก่อนที่จะกิน ศพ ผู้เสียชีวิต เพื่อ ประทังชีวิตพวกเขา
  • ในวันที่ 29 ตุลาคม เกิดเหตุการณ์หิมะถล่ม ฝังร่างผู้รอดชีวิตไปอีก 8 ศพที่ใช้ซากเครื่องบินเป็นที่หลับนอน
  • ในวันที่ 12 ธันวาคม 3 ใน 16 ของผู้ที่ยังรอดชีวิต ซึ่งประกอบไปด้วย Parrado, Canessa และ Vizintín ได้ตัดสิ้นใจจะปีนฝ่าภูเขาหิมะ Parrado สามวันพวกเขาขึ้นถึงยอดเขา และตัดสินใจย้อนกลับไปที่ซากเครื่งบินเพื่อส่ง Vizintín
  • Parrado, Canessa ออกเดินทางเพื่อค้นหาความช่วยเหลืออีกครั้ง และได้พบกับคนเลี้ยงม้าชาวชิลี ในวันที่ 21 ธันวาคม

สภาพ Parrado, Canessa ที่ได้รับการช่วยเหลือจากคนเลี้ยงม้า
  • วันที่ 22 ธันวาคม ผู้รอดชีวิตอีก 6 คนที่ซากเครื่งบินได้รับการช่วยเหลือโดย เครื่องเฮลิคอปเตอร์

ภาพแรกที่เฮลิปคอปเตอร์ ช่วยเหลือภ่ายได้หลังจากเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ
  • วันที่ 23 ธันวาคม ผู้รอดชีวิตอีก 8 คนที่เหลือได้รับการช่วยชีวิต รวมมีผู้รอดชีวิตทั้งหมด 16 คน จาก 45 คน
  • รวมช่วงเวลาที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางหิมะ ต้องแม้กระทั้งซากศพ ของผู้เสียชีวิต รวมกว่า 72 วัน
ปฏิหารย์ 1 เดียวในเหตุการณ์เครื่องบินตกคือมีผู้รอดชีวิต 28 คน ส่วนที่เหลือรอดมา 16 ชีวิตนั้นเกิดจาก ความไม่ยอมแพ้ ถึงจะต้องกินเนื้อ ดื่มเลือดจากศพ การไม่ยอมรอความตาย แต่กับเลือกจะออกไปตายเพื่อค้นโอกาสที่จะอยู่
บทความดีๆ อื่นๆ

ข้อมูลอ้างอิง บทความดีๆ จงอย่ายอมแพ้ที่จะมีชีวิต แม้จะต้องกินเนื้อ ดื่มเลือด จากศพ

  • http://en.wikipedia.org/wiki/Uruguayan_Air_Force_Flight_571
  • http://www.wired.com/thisdayintech/2009/10/1013cannibalism-plane-crash-andes/

บทความดีๆ แม่ที่ให้กำเนิดลูกคนแรก ที่สูงวัยที่สุดในโลก

บทความดีๆ แม่ที่ให้กำเนิดลูกคนแรก ที่สูงวัยที่สุดในโลก

70 คือ อายุของเธอตอนให้กำเนิดลูก ด้วยวัยขนาดนี้หากไร้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีบุตร แต่สำหรับครอบครัวที่ยากจน ในอินเดียนั้นยังไม่พอ พวกเขาทุ่มเททรัพย์สมบัติทั้งหมด เพื่อลูกคนนี้

ประวัติ และรายละเอียดเกี่ยวกับ แม่ที่ให้กำเนิดลูกคนแรก ที่สูงวัยที่สุดในโลก

  • เธอมีชื่อว่า Rajo Devi Lohan วัย 70 ปี เมื่อให้กำเนิดลูก ทำให้เธอเป็นแม่ที่อายุมากที่สุดในโลก
  • สามีของเธอมีชื่อว่า Baba Ram วัย 72 ปี
  • เด็กแรกเกิด ที่เกิดมา เป็นผู้หญิง มีชื่อว่า Naveen Lohan น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม เมื่อแรกคลอด
  • พวกเขาทั้งสองแต่งงานตั้งแต่อายุ ราม อายุ 14 และ เธออายุเพียง 12 ขวบ ทั้งคู่พยายามจะมีถูกด้วยกันกว่า 15 ปี ทั้งทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ กินสมุนไพรต่างๆ ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ไรผล
  • ด้วยค่านิยม และสังคมของอินเดีย ครอบครัว คือ ทายาท เมื่อขาด ทายาท พวกเขาจึงถูกดูถูก เหยียดหยาม และแรงกดดันจากรอบข้าง ที่ต้องการให้หย่าร้างกันเพื่อไปเริ่มต้นครอบครัวใหม่
  • เธอ และสามี เป็นชาวบ้านในชลบทที่ห่างไกล ยากจน ไม่สามารถอ่าน หรือเขียนหนังสือได้ ทรัพย์สมบัติที่มีก็มีแต่ ควาย โทรทัศน์เก่าๆ 1 เครื่อง และเสื้อผ้า ไม่กี่ชิ้น จึงยากที่จะรู้ว่า ในโลกสมัยใหม่ เทคโนโลยี่ทางการแพทย์สามารถ ช่วยแก้ปัญหาผู้มีบุตรยากได้
  • แต่โลกนี้ก็ไม่โหดร้ายเสียงทีเดียว ในความสิ้นหวังที่ลึกที่สุด ก็ยังมีความหวังซ่อนอยู่ ขอเพียงคุณยังมีฝัน และพยายามค้นหาหวังนั้น มาฟังเรื่องราว ของ แม่ และพ่อ ทั้งคู่กันต่อดีกว่า
  • แต่พระเจ้าก็ยังไม่ทอดทิ้งพวกเขา เมื่อเพื่อนบ้านได้อ่าน บทความเกี่ยวกับ หญิงวัย 60 ปี ที่ให้กำเนิดบุตร ด้วยการช่วยเหลือจากการแพทย์สมัยใหม่ โดยโรงพยาบาทไกล้ๆ ได้มาเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟัง
  • เมื่อมีความหวัง พวกเขาไม่รอช้าที่จะไป พูดคุยกับ คุณแม่วัย 60 ปี ผู้ประสบณ์ความสำเร็จในการมีบุตร ด้วยเทคโนโลยีการทำเด็กหลอดแก้ว (Vitro Fertiliaztion ตัวย่อ IVF)
  • ในโลกแห่งความเป็นจริง สำหรับการ IVF นั้นเทคโนโลยี เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอจะทำให้มีบุตรได้ แต่มันต้องเป็น ส่วนผสมที่ลงตัวของ เทคโนโลยีทางการแพทย์ กฎข้อบังคับเพื่อความปลอดภัยทางการแพทย์ และ เงิน
  • ในด้านเทคโนโลยี่นั้น อินเดียมีการทำ IVF มากว่า 30 ปี และในโรงพยาบาลไกล้บ้านของ Lohan ก็สามารถทำได้
  • ในด้าน กฎข้อบังคับเพื่อความปลอดภัยทางการแพทย์ เนื่องจากอินเดียไม่เคร่งครัดในเรื่องนี้ หาก Lohan อยู่ประเทศอังกฤษ เธอคงไม่มีโอกาส ทำ IVF เนื่องจากอาจเกิดอันตรายต่อทั้งแม่ และเด็กที่เกิดมา
  • เหลือเพียงปัญหา ทางการเงินเท่านั้น Lohan และ ราม ไม่รอช้าได้ทำการขายควาย 2 ตัว ทำการจำนอง ข้าวสาลี น้ำตาล อ้อย และพืชผลอื่นที่มี และกู้เงินจากรัฐบาล ได้เงินมา 1.75 แสนรูปี (ประมาณ 1.3 แสนบาท)
  • เมื่อเงินพร้อม กายพร้อม ใจพร้อมมานานแล้ว พวกเธอจึงเดินทางไปกว่า 48 กิโลเมตร เพื่อพบด็อกเตอร์ Anurag Bishnoi ที่ทำงานในคลีนิกผู้มีบุตรยาก ในเมื่อง Hisar
  • ชีวิตของพวกเธอ มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เนื่องจาก Loham มีอายุมากจนไม่มีการตกไข่แล้ว เธอจึงจำเป็นต้องซื้อไข่จากผู้หญิงอื่นมา 3 ฟอง
  • ผีซ้ำด้ำพลอย เคยเห็นข้างซองบุหรี่ ที่มีข้อความว่า การสูบบุหรี่ทำให้หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเปล่า และ ราม ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง เนื่องการสูบบุหรี่หนัก ทำให้ให้เชื้ออสุจิไม่แข็งแรงพอที่จะเจาะไข่เข้าไปได้เองโดยลำพัง จึงต้องทำการฉีด(Injection) อสุจิเข้าไข่แทน จึงมันมีความเสี่ยงจะเกิดความผิดปกติในเด็กได้
  • เนื่องจากความยากจนในชีวิต หลังจากการทำ IVF เธอยังต้องอุ้มท้องออกไปทำงานหนัก โดยการตัดอ้อยอยู่กลางแจ้ง แพทย์ก็สั่งห้ามเธอหยุด แต่เธอกับบอกว่า หากให้เธอนั่งอยู่เฉยขณะตั้งครรภ์ เธอคงต้องล้มป่วยแน่ๆ
  • และก็เป็นไปตามคาด ก่อนกำหนดคลอด เพียง 8 สัปดาห์ เมื่อเธอไปทำ Ultrasound scan ก็พบว่าเธอเกิดอาการตกเลือด และอยู่ในภาวะแท้งคุกคลามอย่างรุนแรง จนต้องทำการผ่าตัดทำคลอดก่อนกำหนดโดยทันที
  • เธอให้กำเนิดบุตรสาว ที่มีสุขภาพแข็งแรง น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม แต่ Loham เธอต้องนอนอยู่โรงพยาบาลถึง 1 เดือน และรอดพ้นการต้องตัดลดลูกทิ้งอย่างหวุดหวิดจากการตกเลือด
  • นี้คือเรื่องราวของ แม่ และ พ่อ ยากจนที่ยอมแลกด้วยทรัพท์สมบัติทั้งหมด เพื่อลูกคนนี้
บทความดีๆ ที่ไม่ควรพลาดที่จะอ่าน

บทความดีๆ สุนัข สองขาสู้ชีวิต
บทความดีๆ นอน กับ ศพเมียกว่า 5 ปี
บทความดีๆ ชายไร้แขน ไร้ขา ที่สอนให้คนอื่นลุกขึ้นยืน

ข้อมูลอ้างอิง บทความดีๆ แม่ที่ให้กำเนิดลูกคนแรก ที่สูงวัยที่สุดในโลก

  • http://oddee.com/item_96889.aspx
  • http://www.guardian.co.uk/lifeandstyle/2009/mar/06/fertility-problems-india

คลังบทความ wowboom

เพื่อนๆ wowboom