ส.ค.ส. พระราชทาน



ส.ค.ส.พระราชทาน เป็นบัตรส่งความสุข ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประดิษฐ์ขึ้นด้วยพระองค์เอง เพื่อพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2530 ถึง ปัจจุบัน (ยกเว้น พ.ศ. 2548 ปีเดียว เนื่องจากเกิดเหตุธรณีพิบัติ)

ส.ค.ส. พระราชทานตั้แต่ปี 2549 ถึง 2554

เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น จึงได้ทรงเริ่มต้นประดิษฐ์ ส.ค.ส. พระราชทาน ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2531 โดยทรงพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ขาวดำ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โทรสาร (แฟกซ์) พระราชทานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ โดยข้อความใน ส.ค.ส. พระราชทาน แต่ละปี จะประมวลขึ้นจากเหตุการณ์บ้านเมือง เพื่อสะท้อนให้เห็นปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ ที่ประเทศไทยต้องประสบ ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ในปีต่อ ๆ มา หนังสือพิมพ์รายวัน ได้นำลงตีพิมพ์ ในฉบับเช้าวันที่ 1 มกราคม เพื่อให้พสกนิกรได้ชื่นชมอย่างทั่วถึง
นับแต่ทรงใช้คอมพิวเตอร์ประดิษฐ์ ส.ค.ส. พระราชทาน ทรงเปลี่ยนแปลงคำลงท้ายของ ส.ค.ส. พระราชทาน เป็น ก.ส. 9 ปรุง แทนคำว่า ก.ส. 9 ปรุ เนื่องด้วยโทรพิมพ์ เป็นการ "ปรุง" ด้วยคอมพิวเตอร์ แทนการปรุด้วย เครื่องโทรพิมพ์ (เทเล็กซ์)


ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2555
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส พระราชทานพรปีใหม่แก่ประชาชนทั้งหลาย ความว่า ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน และขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่ร่วมกันจัดงานฉลองอายุครบ 7 รอบ ให้อย่างเหมาะสมงดงาม ระหว่างปีที่แล้ว เหตุการณ์ต่างๆ ในบ้านเมือง นับว่าเป็นปรกติดี แต่พอเข้าปลายปี ก็เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ เป็นเหตุให้ประชาชนหลายจังหวัด ต้องประสบอันตราย และความเดือดร้อนลำบาก ความเสียหายครั้งนี้ ดูจะร้ายแรงกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา ข้อนี้น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจอย่างสำคัญ ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้หลายครั้งแล้วว่า วิถีชีวิตของคนเรานั้น จะต้องมีทุกข์ มีภัย มีอุปสรรค ผ่านเข้ามาเนืองๆ ไม่มีผู้ใดจะอยู่เป็นปรกติสุขอย่างเดียวได้ ทุกคนจึงจะต้องเตรียมกายเตรียมใจ และเตรียมการไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อเผชิญและป้องกันแก้ไขความไม่ปรกติเดือดร้อนต่างๆ ด้วยความไม่ประมาท ด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา และด้วยสามัคคีธรรม

ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ประชาชนชาวไทย ได้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท โดยมีสติรู้ตัว และปัญญารู้คิดกำกับอยู่ตลอดเวลา ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใด ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปให้ทันการณ์ทันเวลา ผลงานทั้งนั้น จะได้ส่งเสริมให้แต่ละคน ประสบแต่ความสุขความเจริญ และทำให้ชาติบ้านเมืองดำรงมั่นคง และก้าวหน้าต่อไปด้วยความผาสุกสวัสดี

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีความสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีภัย ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน


ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2554 แก่ประชาชนชาวไทยเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฉลอง พระองค์สากลสีครีมผ้าปักพระกระเป๋าเป็นผ้าลายริ้วสีเหลืองสลับเทา ฉลองพระองค์ชั้นในเป็นเชิ้ตขาว ทรงผูกเนคไทลายริ้วสีเหลืองสลับเทาประทับบนพระเก้าอี้
ด้านข้างพระเก้าอื้ที่ประทับทั้งสองข้างมีโต๊ะสูงโต๊ะด้านซ้ายวางแจกัน แก้วก้านสูงปักดอกไม้หลากสี โต๊ะด้านขวาวางแจกันแก้วขนาดเล็กปักดอกไม้หลากสีเช่นกันทรงฉายกับสุนัขทรง เลี้ยง2สุนัข หรือคุณทองแดงที่ทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ปี2541 หมอบอยู่หน้าพระเก้าอี้ด้านขวาและคุณทองแท้ที่ทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ ปี2542หมอบอยู่หน้าพระเก้าอี้ด้านซ้าย


ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2553 เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์แจ๊คเก็ตสีชมพูเข้ม ปักรูปคุณทองแดงที่ด้านซ้ายของพระอุระ ทับฉลองพระองค์ชั้นในสีขาว ประทับบนพระเก้าอี้หวาย ที่ตั้งอยู่กลางสนามหญ้าและสวนดอกไม้ทรงฉายกับคุณทองแดงและคุณทองหลาง สุนัขทรงเลี้ยงที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างพระเก้าอี้ทั้งสองด้าน


ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2552 เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์สากลสีน้ำตาลอ่อน ผ้าปักพระกระเป๋าสีฟ้าสดใส ฉลองพระองค์ชั้นในเป็นเชิ้ตขาว ทรงผูกเนคไทสีฟ้าอ่อน ประทับบนพระเก้าอี้ ทรงฉายกับคุณทองแดง สุวรรณชาด ที่นั่งอยู่ข้างพระเก้าอี้ และคุณนายแดง แม่ของคุณทองแดง ที่หมอบเฝ้าอยู่อีกข้างหนึ่ง


ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2551 เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์ชุดปกติขาว ทรงฉายคู่กับคุณทองแดง และสุนัขทรงเลี้ยง ที่เป็นเหลนของคุณทองแดงอีก 4 สุนัข


ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2550 เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉายคู่กับคุณทองแดง และสุนัขทรงเลี้ยง ที่เป็นเหลนของคุณทองแดงอีก 9 สุนัข


ส.ค.ส.พระราชทาน ประจำปี 2549 เป็นพระบรมฉายา ลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์สีเขียว มีภาพปักรูปคุณทอง แดงที่กระเป๋าด้านซ้าย ทรงฉายคู่กับคุณทองแดง

ปี 2548 ไม่มี ส.ค.ส. พระราชทาน

ส่วนปี 2548 ไม่มี สคส พระราชทานเนื่องเกิดเหตุคลื่นสึนามิซัดเข้าชายฝั่งทะเลอันดามันอย่างรุนแรง จากการเกิดแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย นายขวัญแก้ว วัชโรทัย ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตนเข้าเฝ้าฯ เนื่องในวโรกาสพระราชทานพระราชดำรัส เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ เมื่อเสร็จจากการบันทึกเทปแล้ว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับตนว่า ปีใหม่ปีนี้ มิได้พระราชทาน ส.ค.ส. เนื่องจากทรงงานหนัก ในการให้ความช่วยเหลือพสกนิกร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ส.ค.ส. พระราชทานตั้แต่ปี 2530 ถึง 2547

ในวันสิ้นปี (31 ธันวาคม) ของทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานความสุข โดยทรงปลีกเวลาจากพระราชกรณียกิจ มาทรงปรุงแถบโทรพิมพ์ (เทเล็กซ์) พระราชทานพรปีใหม่ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ถวายงาน โดยทรงใช้รหัสแทนพระองค์ว่า กส. 9 เช่นเดียวกับที่ทรงใช้ติดต่อทางวิทยุสื่อสาร ทรงระบุท้ายโทรพิมพ์ว่า กส. 9 ปรุ ส.ค.ส. พระราชทาน ที่เป็นโทรพิมพ์เหล่านี้ เริ่มเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อปี พ.ศ. 2530

ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2547 ทรงกล่าวถึงเหตุการณ์ รุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลก ภายหลังเหตุการณ์วินาศกรรม ๑๑ กันยายน พ. ศ. ๒๕๔๔ ทรงให้คนไทยมีความรักสามัคคีกัน


สคส.พระราชทาน ประจำปี 2546 ทรงกล่าวถึงสุนัขทรงเลี้ยง ว่าเป็นเพื่อนที่ดี


ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2545 ทรงกล่าวถึงปัญหาความ ขัดแย้งกัน ขัดแข้ง ขัดขา และให้แก้ปัญหาโดยใช้หัว คือสมอง ควบคุมทุกส่วน ของตัว รวมทั้ง ขาให้อยู่ในระเบียบ

สคส พระราชทาน ประจำปี 2544 ทรงให้ทบทวนบทเรียนจากอดีต เพื่อเตรียมตัวฟันฝ่าปัญหาในอนาคต และตั้งมั่นอยู่ในความดี และความสุจริตใจ

สคส.พระราชทาน ประจำปี 2543 ทรงกล่าวถึงการเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ และให้มองโลกในแง่ดี


ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2542 ทรงให้คนไทยมีความ เพียร เช่นเดียวกับพระมหาชนก และทรงเน้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงว่าคือทาง แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

สคส พระราชทาน ประจำปี 2541 ทรงพระราชทานกำลังใจ ในการต่อสู้วิกฤตเศรษฐกิจ

สคส.พระราชทาน ประจำปี 2540 ทรงกล่าวถึงพลังความคิด และให้คติในการพูด การคิด และการทำงาน


ส.ค.ส.พระราชทาน ประจำปี 2539 ทรงให้คนไทยตั้งมั่นอยู่ในความสมดุลในการแก้ปัญหา และการประสานประโยชน์เพื่อประเทศชาติ


สคส พระราชทาน ประจำปี 2538 ทรงให้ข้อคิดในการร่วมมือกันทำงาน เกี่ยวกัยการพูด การฟัง

สคส.พระราชทาน ประจำปี 2537 ทรงกล่าวถึงโครงการตามพระราชดำริ เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรในกรุงเทพ

ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2536 ทรงเน้นเรื่องการมองปัญหาให้ชัดเจนและตรงจุด การมีสติ คิดและทำอย่างสร้างสรรค์

ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2535 ทรงให้คนไทยมุ่งทำวันนี้ให้ดีที่สุด

ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2534 ทรงชี้ให้คนไทยใช้ความเพียร อดทน สติ และปัญญา


ส.ค.ส.พระราชทาน ประจำปี 2533 ทรงให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีสติ และปัญญา
.

ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2532 ทรงให้นิยาม ๔ ประการของความสุข ว่าคือความปรารถนาดีต่อกัน ความอนุเคราะห์ ความยินดี ความสงบ


ส.ค.ส.พระราชทาน ประจำปี 2531 ทรงสอนให้ทุกคนคิดและทำในสิ่งที่ดี เพื่อให้บังเกิดแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต


สคส.พระราชทาน ประจำปี 2530 พระราชทานเป็นปีแรก ทรงยังใช้คำว่า กส.9 ปรุ โดยมี 2 แบบ

ข้อมูลอ้างอิง สคส. พระราชทาน

  • http://news.sanook.com/1087441/%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/
  • http://www.posttoday.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%8C/67439/%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA-%E0%B8%84-%E0%B8%AA-2554
  • http://th.wikipedia.org/wiki/ส.ค.ส._พระราชทาน
  • http://www.sudipan.net/phpBB2/viewtopic.php?p=27410

เด็กชายปลาบู่


ผ่านพ้นไปด้วยดีกับปีใหม่ 2555 แผ่นดินไม่ไหว เขื่อนไม่แตก พ่อเด็กชายปลาบู่ ก็เลยกลายเป็น คนแก่เลี้ยงแกะ ในทันที อะไรทำให้เรื่องจากคนแก่เพียงแค่ 1 คนกลายเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ คำตอบก็มีเพียงอย่างเดียวคือ
เราขาดสติ และเหตุผล

สิ่งมีชีวิตเหมือนปลา ไร้สมอง ไร้หน้า



ภาพที่เห็นนี้คือสิ่งมีชีวิตเหมือนปลา พวกมันไม่มีสมอง และไม่มีหน้า นักชีววิทยากล่าวว่า พวกมันเหมือนเป็นหน้าต่างที่ทำให้เราสามารถมองย้อนมองเห็นอดีต ในยุคที่สัตว์วิวัฒนาการมาเป็น สัตว์มีกระดูกสันหลัง

รายละเอียด

  • สิ่งมีชีวิตเหมือนปลาพวกนี้มีชื่อว่า Amphioxus โดยต่อไปขอเรียกพวกมันว่า ปลาไร้หน้าไร้สมอง
  • ปลาไร้หน้าไร้สมองพวกนี้พบในน้ำตื้นในทะเลเขตร้อนได้ทั่วโลก
  • พวกมันมีความยาวประมาณ 5 เซ็นติเมตร(อาจพบยาวได้สูงสุดประมาณ 7 เซ็นติเมตร) มีลำตัวค่อนข้างโปร่งแสง มีรูปร่างคล้ายปลา แต่ไม่มีครีบคู่มีแต่ครีบเดียว ไม่มีระยางใดๆทั้งสิ้น ไม่มีกระดูก
  • ในเอเซียพวกมันถูกนำไปบริโภคเป็นอาหารของทั้งคน และสัตว์เลี้ยง
  • พวกมันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ฝังตัวอยู่ในทราย กรองกินเศษซากตะกอน จากน้ำทะเลกิน
  • สิ่งที่มาทำหน้าที่แทนสมอง และหน้า ก็คือ เส้นประสาท(nerve cord) ที่ที่หนังของพวกมัน
  • โดย 1 ในพวก Amphioxus พันธุ์กรรมของพวกมันแสดงให้เห็นว่าพวกมันเป็นต้นตระกูลของสัตว์มีกระดูกันหลัง
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2079733/Prehistoric-brainless-faceless-fish-seas-Orkney.html

วัดีปีม่



วันนี้คงเป็นวันทำงานวันสุดท้ายสำหรับใครหลายๆคน ยังไงก็ขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าแฟนๆ wowboom ทุกคนที่ติดตามกันอย่างเหนียวแน่น สัญญาว่าจะหาเรื่องราวดีๆ แปลกๆ และน่าสนใจมาให้อ่านกันอย่างต่อเนื่องครับ
ขอให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ไร้ทุกข์ไร้โศก ครอบครัวสุขสันต์ น้ำไม่ท่วม เมาไม่ขับ ง่วงไม่ฝืน ที่สำคัญรวยๆกันทุกคนครับ : )

ทีวีประตูวิเศษ



เคยหรือเปล่าที่คิดว่าถ้าเราสามารถยื่นมือเข้าไปหยิบสิ่งของใน ทีวี ได้มันคงดีไม่ใช่น้อย แต่นั้นมันก็ยังคงเป็นแค่ฝัน แต่วันนี้มีทีวีที่คุณและเพื่อนสามารถล้วงมือเข้าไปทำกิจกรรมร่วมกัน แม้อยู่ไกลกันคนละซีกโลกได้

รายละเอียด


  • ทีวีประตูวิเศษ นี้ตอนนี้ยังเป็นสิ่งประดิษฐ์ต้นแบบนี้เป็นผลงานของนักศึกษาหญิงนามว่า Jayne Vidheecharoen จาก the Art Center College of Design ใน แคลิฟอร์เนีย(California) สหรัฐอเมริกา
  • ทีวีเครื่องนี้มีความพิเศษ คือมีช่องอยู่ด้านข้างที่สามารถให้คุณนำมือยื่นเข้าไปแล้วทำกิจกรรมเสมือน ร่วมกับบุคคลอื่นที่มีทีวีประตูวิเศษอีกเครื่อง ถ้าแม้จะอยู่ห่างไกลกันคนละซีกโลกก็ตาม
  • ทีวีประตูวิเศษนี้จะมี 2 เครื่อง โดยแต่ละเครื่องจะมีลักษณะเป็นกล่องที่มีหน้าจะมีหน้าจออยู่ด้านหน้า ส่วนด้านข้างจะมีช่องสำหรับสอดมือเข้าไป ด้านในก็เป็นฉาก บลูสกรีน(green screen เป็นฉากสีน้ำเงิน หรือเขียวเพื่อให้พื้นหลังมีสีเดียวจะได้ง่ายในการลบฉากหลังออกแล้วแทนที่ด้วยภาพอื่น ฉากอื่นจาก)
  • เมื่อสอดมือเข้าภาพมือในกล่อง ระบบจะลบฉากบลูสกรีนออกแล้วแทนที่ด้วยภาพจากเว็บ Google Streetview(เป็นส่วนเสริมใน กูเกิ้ลเมพ ที่จะทำให้เราดูแผนที่ในมุมมองเสมือนเราเดินอยู่บนถนนจริงสามารถหันซ้ายขวาหน้าหลังได้รอบตัว).
  • แต่ ที่มันพิเศษสุดๆก็คืออย่าลืมว่ามันมี ทีวีประตูวิเศษอยู่ 2 เครื่อง โดยทีวีทั้งสองเครื่องนี้ได้เชื่อมต่อกันเสมือนเป็น โลกคู่ขนาน ถ้ามีคนนำมือสอดเข้าไปในทีวีเครือง A ภาพก็จะไปปรากฏทั้งในทีวีเครื่อง A และ B ถ้ามีคนนำสิ่งของไปตั้งในทีวีเครื่อง A ภาพก็จะไปปรากฏที่หน้าจอของทั้งเครื่อง A และ B เสมือนเป็นพื้นที่กลางที่ทั้งสองสามารถใช้งานร่วมกันได้ถึงจะอยู่ไกลกันคนละซีกโลก อ่านแล้วอาจจะงง ดูคลิป
  • การสร้างทีวีประตูวิเศษนั้นก็ทำจากวัสดุง่ายอาทิเช่น โฟม ผ้าเทป โคมไฟตั้งโต๊ะ โต๊ะหัวเตียง จอมอนิเตอร์(ผู้ประดิษฐทีวีประตูวิเศษบอกว่ายืมชาวบ้านมาด้วย) และกล้องเว็บแคมราคาถูกสุดที่หาซื้อได้

ในคลิปจะมีการนำตุ๊กตาไปตั้งในทีวีประตูวิเศษ จากทั้งสองฝั่ง แต่มันก็ยังเป็นแค่โลกเสมือนการหยิบออกก็ทำได้เฉพาะตุ๊กตาของฝั่งตัวเอง ไม่สามารถไปหยิบตุ๊กตาของอีกฝั่ง

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.kickstarter.com/projects/jayne/portals/posts

บิดา แห่ง วางการนักล้าม



หากจะกล่าวถึงการแข่งขันเพาะกายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคงไม่มีรายการใดยิ่งใหญ่ไปกว่า มิสเตอร์ โอลิมเปีย อีกแล้ว และ 1 ในตำนานแห่งเวทีมิสเตอร์โอลิมเปียก็คือ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์(คนเหล็กของเรา) ส่วนถ้วยรางวัลของรายการนี้ก็เป็นรูปนักกล้ามที่เรียกว่า เดอะ แซนดาว(The Sandow) เพื่อเป็นเกียรติต่อ บิดาแห่งการเพาะกายสมัยใหม่ นามว่า ยูจีน แซนดาว

รายละเอียด

  • ยูจีน แซนดาว เิกิดที่เมือง Königsberg ประเทศปรัสเซีย(Prussia ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมัน โปแลนด์ รัสเซีย ลิทัวเนีย เดนมาร์ค เบลเยียม เช็ก และสวิตเซอร์แลนด์) เกิดที่ ในวันที่ 2 เมษายน 1867 เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบในวันที่ 14 ตุลาคม 1925 ในกรุงลอนดอน
  • ยูจีน แซนดาว หนีออกจากปรัสเซียเมื่อปี 1889 เพราะไม่ต้องการเป็นทหารจึงหนีทหารออกมา และมาปรากฏตัวเป็นนักแสดงโชว์ในลอนดอน.
  • ต่อมาข่าวของ แซนดาว ก็ไปเข้าหูของ Florenz Ziegfeld และเขาต้องการนำแซนดาวไปแสดงโชว์ที่ World's Columbian Exposition ปี 1893 แต่แซนดาวนั้นติดสัญญาอยู่กับนายMaurice Grau โดย
  • Ziegfeld พบว่าผู้ชมสนใจในรูปร่าง และกล้ามเนื้อเป็นมัดของแซนดาว มากกว่าโชว์แสดงพละกำลังของเขา Ziegfeldจึงบอกให้แซนดาวโฟสท์ที่ท่าต่างเพื่อแสดงให้เห็นถึงมัดกล้ามต่างๆประกอบเพลง โชว์ดึงโซ่ให้ขาด โชว์ยกบาร์เบลล์ และนั้นผลักดันให้ แซนดาวกลายเป็นดาวเด่นของ Ziegfeld ในที่สุด
  • ในปี 1894 แซนดาวได้ไปถ่ายภาพยนตร์สั้นให้แก่ สตูดิโอของโธมัส เอดิสัน ภาพยนตร์ชุดนี้มีการแสดงเพียงการโพสท์ท่าโชว์กล้ามล้วนๆ
  • ในปี 1897 แซนดาวได้จัดตั้งสถาบัน the Institute of Physical Culture ซึ่งเป็นโรงยิมสำหรับเพาะกายโดยเฉพาะขึ้น
  • ในปี 1898 ได้ก่อตั้งวารสารรายเดือนที่ชื่อว่า Physical Culture
  • ต่อมา แซนดาวเป็นโต้โผใหญ่ในการจัดประกวดเพาะกายที่ชื่อว่า Great Competition ณ Royal Albert Hall ในวันที่ 14 กันยายน 1901 โดยมีคณะกรรมการดังนี้ แซนดาว Sir Charles Lawes และเซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์(Sir Arthur Conan Doyle ผู้แต่งเรื่อง เชอร์ล็อก โฮล์มส์)
  • แซนดาว มีรูปร่างคล้ายคลึงกับ รูปปั้น ประติมากรรมในยุค กรีซ และโรมัน และนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เนื่องจากแซนดาวได้ทำการวัดรายละเอียดสัดส่วนรูปปั้นในยุคกรีซ และโรมันเพื่อเป็นแนวทางในการเพาะกายของเขาสู่รูปแบบที่เรียกว่า เรือนร่างในอุดมคติของชาวกรีซ
  • แซนดาว ได้รับการยกย่องว่าเป็น บิดาแห่งวงการเพาะกายสมัยใหม่ เนื่องจากเขาเป็นบุคคลแรกที่เล่นกล้ามโดยมีการกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าต้องการกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆขนาดเท่าไร และในหนังสือของเขาได้มีการกำหนดน้ำหนักในการเล่นจำนวนครั้ง เพื่อให้บรรลุสู่กล้ามเนื้อตามที่ต้องการ
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://en.wikipedia.org/wiki/Eugen_Sandow

ข้อสนับสนุน และข้อโต้แย้งทางวิทยาศาสตร์ต่อ ผ้าห่อพระศพ แห่ง ตูริน



ผ้าห่อพระศพแห่งตูริน คือ ผ้าลินินที่มีรอยคล้ายพระรูปของพระเยซูคริสต์ปรากฏบนผืนผ้า และมีความเชื่อว่าผ้าผืนนี้คือ ผ้าห่อพระศพของพระเยซูคริสต์

รายละเอียดเกี่ยวกับ ผ้าห่อพระศพแห่งตูริน

  • ผ้าห่อพระศพแห่งตูริน ถูกเก็บรักษาอยู่ที่โบสถ์หลวง Cathedral of Saint John the Baptist ใน เมืองตูริน(ทางตอนเหนือของอิตาลี)
  • ส่วนภาพที่ปรากกฏบนผ้าผืนนี้มีความเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับ พระเยซูคริสต์ , การตึงกางเขน(crucifixion)เนื่องจากมีปรากฏร่องรอยคล้ายคล้ายรูปคนบนผืนผ้า ทั้งยังรอยคล้ายคราบเลือด บาดแผลในตำแหน่งข้อมือข้อเท้าจากการถูกตึงด้วยตะปู บาดแผลที่สีข้างจากการถูกแทงด้วยหอกลองกินุส และบาดแผลบนศีรษะจากการถูกสวมด้วยมงกุฎหนาม
  • ภาพบนผ้าผืนนี้จะยิ่งปรากฏเด่นชัดเจนเมื่อถ่ายภาพออกมาเป็นแบบเนกกาทีฟ(ภาพจั่วหัว)
  • ในปี 1988 มีการทดสอบอายุของผ้าห่อพระศพแห่งตูรินด้วยวิธี radiocarbon dating test โดยใช้ชิ้นตัวอย่างเล็กๆจากผ้าห่อพระศพแห่งตูรินโดยทำการทดสอบในห้องแล็ปของมหาวิทยาลัย University of Oxford , the University of Arizona และ the Swiss Federal Institute of Technology ผลที่ได้นั้นปรากฏว่าผ้าห่อพระศพนั้นมีอายุอยู่ในยุคกลางประมาณปี ค.ศ.1260 ถึง 1390 ซึ่งมันไม่สอดคล้องกันเนื่องจากถ้าผ้าผืนนี้เป็นผ้าห่อพระศพของพระเยซูจริง ก็ควรมีอายุอยู่ในช่วงต้นของคริสตกาล แต่ ก็มีผู้โต้แย้งผลการตรวจสอบนี้เนื่องจากตัวอย่างที่นำไปทดสอบมีขนาดเล็กมากไม่น่าจะเป็นตัวแทนของผ้าห่อพระศพทั้งผืนได้ เศษที่นำไปทดสอบอาจจะเป็นชิ้นส่วนของผ้าหรือด้ายที่ใช้ในการซ่อมแซมผ้าห่อพระศพหลังจากที่ถูกไฟไหม้ในยุคกลาง
  • เดือนธันวาคม 2011 นักวิทยาศาสตร์จาก Italy's National Agency for New Technologies, Energy and Sustainable Development หรือตัวย่อ ENEA ได้ออกมาประกาศว่าจากการทดลองสร้างภาพลงบนผ้าลินนินอย่างภาพบนผ้าห่อพระศพแห่งตูริน ผลการทดลองคาดว่าภาพนี้น่าจะถูกสร้างด้วยพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าบางอย่าง อย่างเช่นแสงคลื่นสั้นซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ในยุคกลางจะมีเทคโนโลยี่เช่นนี้ในการทำภาพให้ปรากฏบนผืนผ้า นอกจากสิ่งปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติ
  • ยังมีการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ ผ้าห่อพระศพแห่งตูริน อีกมากที่ผลการทดสอบออกมาในแง่สนันสนุน และโต้แย้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://en.wikipedia.org/wiki/Shroud_of_Turin
  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2076443/Turin-Shroud-created-flash-supernatural-light.html

ถึง คุณที่นำบทความจาก wowboom ไปลงใน clipmass มีความจำเป็นอะไรถึงต้องลบลิงค์ที่ผมทำไว้ในบทความถ้ารับไม่ได้ที่มีลิงค์ก็ กรุณาอย่าง copy จะดีกว่าหรือไม่ครับ

By Admin DEN

นายทวาร แก่ที่สุดในอังกฤษ



คุณปู่คอลิน ลี วัย 72 ปี(2011) ที่เล่นฟุตบอลมาตั้งแต่วัยเพียง 6 ขวบ และคงยังเล่นฟุตบอลเรื่อยๆมาจนถึงทุกวันนี้ โดยปัจจุบันคุณปู่เป็นนายทวารของทีม veteran ที่คุณปู่จะมารวมเล่นด้วยทุกอาทิตย์ ทำให้คุณปู่คอลิน ลี เป็นนักทวารที่แก่ที่สุดในอังกฤษอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2077565/Colin-Lee-72-spent-66-YEARS-playing-football.html

เขียนควายจนเสือกลัว



เคยได้ยินสุภาษิต "เขียนเสือให้วัวกลัว" แต่ เห็นควายพวกนี้คงต้องพูดว่า "เขียนควายจนเสือกลัว" ก็คงไม่เกินไปนัก

รายละเอียด


  • เทศกาลนี้มีชื่อว่า เทศกาลภาพวาดควาย(Bull Painting Festival)
  • ภาพที่เห็นเหล่านี้เป็นเทศกาลในเมืองJiangcheng มณฑลยูนาน(Yunnan) ประเทศจีน
  • การที่ชาวบ้านวาด ควายของพวกเขาด้วยสีสันฉูดฉาดเนื่องจากมีความเชื่อว่า ควายเหล่านี้จะช่วยปกปัก ป้องกัน หมู่บ้าน
  • เนื่องจากชาวเผ่า Hani มีเรื่องเล่ากันว่า การเขียนควายด้วยสีฉูดฉาดนั้นจะทำให้เสือกลัวจนไม่กล้าเข้าบ้านของพวกเขา
  • แต่ปัจจุบันการ วาดควาย นั้นกลายมาเป็นการแข่งขันความสามารถในการวาดรูป โดยในปีนี้(2011) มี 48 ทีม จาก จีน ลาว และเวียดนาม เข้าร่วมแข่งขัน


ข้อมูลอ้างอิง
  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2078693/Holy-cow-Live-animals-given-outlandish-body-makeovers-traditional-bull-painting-festival.html

พบลูกบอลโลหะปริศนา



สิ่งที่เห็นในภาพคือ ลูกบอลโลหะปริศนาที่ตกลงมาจากฟากฟ้าเสียงดังสนั่นในดินแดนที่ห่างไกลในทางตอนเหนือของนามิเบีย แอฟริกา

รายะละเอียด

  • ลูกบอลโลหะนี้มีน้ำหนักเกือบ 5.9 กิโลกรัม เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.35 เมตร มีลักษณะพื้นผิวเรียบดูเหมือนจะมีรอยเชื่อมตรงกลางเข้าหากัน
  • ลูกบอลนี้ก่อให้เกิดหลุมลึก 0.3 เมตรกว้างเกือบ 4 เมตร แต่ตัวลูกบอลถูกพบตกห่างออกไปอีก 18 เมตร
  • ชาวบ้านกล่าวว่าพวกเขาได้ยินเสียงระเบิดในช่วงกลางวันหลายวันก่อน ก่อนที่เขาจะพบมันในที่ดินของเขา
  • แน่นอนว่าเมื่อเรื่องนี้แพร่ออกไปมันก็ถูกจุดเป็นประเด็น เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก บ้างก็ว่ามันเป็นอนุภาคที่หลุดมาจากเครื่องเร่งอนุภาคของเซิร์น หรือของขวัญที่ซานต้าครอสทำหล่นไว้ หรือแม้กระทั่งเป็นลูกบอลQuaffle ของแฮรี่พอตเตอร์
  • แต่ที่ฟังจะดูมีเหตุผลมากที่สุดคาดว่ามันเป็น ถังที่ใช้สำหรับบรรจุสารเคมีที่สามารถติดไฟได้ที่ใช้ในดาวเทียม หรือยานสำรวจอวกาศ
  • ลูกบอลโลหะนี้ยังคงเป็นปริศนา ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดไปได้ว่ามันเป็นอะไรจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ต่อไป

อันนี้เป็นภาพจากวัตถุทรงกลมปริศนาที่ตกในไร่ที่ Worcester ห่างจากเมืองเคปทาวน์ไป 150 กิโลเมตร , แอฟริกาใต้ ในเดือนเมษายน 2000


ในภาพนาย James Stirton ชาวไร่ชาวออสซี่กำลังยืนมองลูกบอลที่ถูกพันด้วยลวดโลหะถักเป็นเกลียว มันตกอยู่ในอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของ รัฐควีนส์แลนด์ เมื่อมีนาคม 2008


ภาพนี้ชาวเมือง Nacogdoches ในรัฐTexas สหรัฐอเมริกากำลังยืนมุงดูวัตถุทรงกลมที่คาดว่าเป็นถังไฮโดรเจนจากกระสวยอวกาศโคลัมเบีย เมื่อปี 2003
ไปๆมาๆชักจะเยอะมีวัตถุปริศนาตกทั่วโลก
ปล.European Space Agency ประเมินว่ามีขยะอวกาศโคจรอยู่รอบโลกประมาณ 12,000 ชิ้น
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2077708/The-mystery-ball-space-Metal-sphere-fell-Earth-sparks-alien-speculation.html
  • http://www.guardian.co.uk/world/gallery/2009/feb/12/spacetechnology-spaceexploration?picture=343169130#/?picture=343169130&index=9

FAIL

คลิปนี้ต้องบอกว่าหนี่งคนโคตร Fail โคตรพลาด แต่ อีกหนึ่งคนโคตรนิ่ง โคตรมีสติ
เนื่องจากระหว่างการฝึกปาระบิดมือ แต่พ่อทหารใหม่เกิดพลาดปาระเบิดไปติดด้านหน้าหลุมเพาะกระเด้งกลับ ทหารใหม่รีบหมอบเอามือปิดหน้าปิดตายคงนึกในใจ"ตายแน่" แต่ครูฝึกนั้นกับมีสติอย่างเหลือเชื่อโดดลงหลุมเพาะ แล้วกระชากทหารใหม่ลงหลุมเพาะก่อนที่ระเบิดจะทำงานไม่กี่วินาที สุดท้ายทั้งสองปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น

การ์ดคริสต์มาส แพลงก์ตอน


สุขสันต์วันคริสต์มาส กันครับวันนี้นำการ์ดอวยพรที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากภาพที่เห็นนี้ทั้งสิ้นคือสิ่งมีชีวิตเล็กพวก แพลงก์ตอน สัตว์เซลล์เดียว และตัวอ่อนสัตว์น้ำ

รายละเอียด แพลงก์ตอน ใน การ์ดคริสมาส

การ์ดคริสต์มาสนี้เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลย นามว่า ด็อกเตอร์ Richard Kirby โดยภายในภาพนั้นประกอบแพลงก์ตอนนานาชนิด และตัวอ่อนสัตว์ทะเล ดังนี้
  • ต้นคริสต์มาส คือ หนอนใบพาย (paddle worm helgolandica)
  • กระดิ่งคริสต์มาส ประกอบไปด้วย แมงกะพรุน Aglanthe digital ที่เชื่อมติดกันด้วย แพลงก์ตอนพืช Eucampia zodiacus
  • เทียนบนต้นคริสต์มาส คือ ตัวอ่อนของปลาดาว Luidia ciliaris
  • ดาวบนยอดต้นคริสต์มาส คือ ปลาดาว juvenile Luidia ciliaris
  • เทวทูต คือ เทวดาทะเล(sea angels ชื่อวิทยาศาสตร์ Clione limacina) ส่วนวงแหวนบนหัวเทวทูต คือ Protozoan acantharea
  • เกร็ดหิมะ คือ ตัวอ่อนของปลาดาว

ด็อกเตอร์ริชาร์ด กล่าวว่า "เขาได้แรงบรรดาลใจมากจากเมื่อเขามองรูปภาพแพลงก์ตอนแล้วเขาเกิดนึกถึงวันคริสต์มาส"

สุขสันต์วันคริสต์มาส กันทุกคนนะครับ


ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2077363/Single-cells-single-cells-plankton-way--Incredible-Christmas-card-sea-creatures.html

นรก ใน แล็ป



ถ้าถามว่า นรกโลกันต์ อยู่ที่ไหน? นรกมีลักษณะเช่นไร? ตามคติความเชื่อของชาวพุทธก็คงบอกว่านรถอยู่ลึกลงไปใต้ดิน เป็นสถานที่มีแต่ไฟนรกแผดเผาเหล่าคนบาป แต่วันนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการสร้างนรกขึ้นมาในห้องแล็ป เพื่อเผยกำเนิดของโลก

รายละเอียด

  • การสร้าง นรก ในที่นี้คือการจำลองสภาพแวดล้อมภายในแกนโลกขึ้นในห้องแล็ป
  • เป็นที่ทราบกันดีว่า โลกของเรามีเหล็กเป็นธาตุหลักในแกนโลก แต่เราไม่รู้ถึงขบวนการ และพฤติกรรมของเหล็กในแกนว่าพวกมันเป็นเช่นไรในสภาพแวดล้อมที่มีความดันสูงกว่าบนพื้นโลกถึง 17 ล้านเท่า
  • หลายคนอาจจะมีคำถามว่า มันมีประโยชน์อะไรที่เราจะจำลองสภาพแกนโลกขึ้นมา คำตอบก็คือถ้าเราสามารถเข้าใจว่าแกนโลกนั้นเป็นเช่นไรมันจะช่วยให้เราเข้าใจโลกของเรานั้นก่อตัวขึ้นอย่างไร และทำไมสนามแม่เหล็กของโลกจึงมีพฤติกรรมเช่นที่มันเป็นอยู่ในธรรมชาิติขณะนี้
  • การทดลองนี้เป็นผลงานจากทีมวิจัยจากสถาบัน California Institute of Technology โดยการกระแทกตัวอย่างเหล็กชิ้นเล็กๆ ด้วยเครื่องมือที่มีหัวเป็นเพชรสองชิ้นที่เรียกว่า diamond anvil cell แล้วใช้รังสีเอ็กซ์เรย์ตรวจวัดว่าว่าเกิดการสั่นเท่าไรเปรียบเทียบกับค่า seismic ของแกนโลก ซึงสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาประเมินความหนาแน่นของแกนโลก อุณหภูมิ ซึงมันจะช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของสนามแม่เหล็กของโลกมากขึ้น
  • เนื่องจากสนามแม่เหล็กของโลกนั้นเกิดจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลอยู่ในโลหะหลอมเหลวในแกนโลก โดยแกนโลกชั้นในสุดที่เป็นของแข็งจะสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าถาวร แต่แกนโลกส่วนที่เป็นของเหลวที่อยู่ชั้นถัดขี้นมาจะเป็นตัวสร้างสมดุลย์ให้แก่สนามแม่เหล็กของโลก

Diamond anvil cell เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่จะใช้หัวเพชร2อันอัดชิ้นตัวอย่างขนาดเล็ก ซึ่งสามารถสร้างแรงดันมหาศาลได้กว่าล้านเท่าของความดันบรรยากาศ

ข้อมูลอ้างอิง


  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2077013/Scientists-recreate-hellish-conditions-Earths-core-California-lab.html

ปรากฏการณ์ธรรมชาิติ เมฆคลื่นหัวแตก

เมื่อเห็นเมฆนี้ต้องยอมรับว่ามันช่างเหมือนกับเกลียวคลื่นในทะเลที่กำลังม้วนตัวเป็นระลอกๆ เหมือนดั่งภาพนี้มีทะเลอยู่ของชั้น ดูแล้วช่างเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาิติที่งดงามยิ่ง
รายละเอียด

  • เมฆ ชนิดนี้เป็นที่รู้จักในหลากหลายชื่อดังนี้ เมฆคลื่น(billow cloud), เมฆแรงโน้มถ่วงเฉือน(shear-gravity clouds), และเมฆเคลวิน-เฮลม์โฮลตซ์(Kelvin-Helmholtz หรือเรียกย่อๆว่า เมฆKHI ซึ่งตั้งเป็นเกียรติต่อท่านลอร์ด Kelvin และ Hermann von Helmholtz)
  • เมฆนี้ลักษณะคล้ายเกลียวคลื่น และมันยังเป็นตัวชี้วัดถึงสภาพความปั่นป่วนในชั้นบรรยากาศำหรับอากาศยานต์ได้เป็นอย่างดีหากพบเห็นพวกมัน หมายความว่าอากาศปั่นป่วน
  • สาเหตุของการเกิดเมฆคลื่นหัวแตกนี้เกิดจาก ความเร็วในการเคลื่อนตัวของชั้นอากาศ 2 ชั้น(หรือมากกว่า2ชั้น)ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน โดยอากาศชั้นบนเคลื่อนที่เร็วสูงกว่าชั้นล่าง
  • เมื่ออากาศด้านบนเคลื่นที่ด้วยความเร็วสูงกว่าชั้นล่างจะก่อให้เกิดแรงดันอากาศที่แตกต่างกันโดย กล่าวคืออากาศที่เคลื่อนที่เร็วกว่าจะมีความดันต่ำกว่า ทำให้อากาศด้านล่างจะมีแรงดันสูงจะยกตัวขึ้น ส่วนอากาศด้านบนที่เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงจะมีแรงดันต่ำก็จะกดตัวลง ทำให้เกิดความปั่นป่วนในเมฆทำให้เมฆม้วนตัวดังภาพด้านล่าง
  • เมฆคลื่นหัวแตกนี้มักจะพบได้ในวันที่มีลมแรง ในสถานที่มีความหนาแน่นของอากาศที่แตกต่างกันอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุญหภูมิ
เมื่ออากาศแต่ละชั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน เมื่อชั้นบนเคลื่อนที่เร็วจะเกิดความดันต่ำกว่าบรรยากาศชั้นล่าง เมื่อความดันไม่สมดุลย์กันอากาศความดันสูงจะยกตัวขึ้นส่วนที่ความดันต่ำจะกดตัวลง ก่อนให้เกิดการม้วนตัวดังภาพ

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://weather.about.com/od/cloudsandprecipitation/p/KelvinHelmholtz.htm
  • http://www.brockmann-consult.de/CloudStructures/kelvin-helmholtz-instability-description.htm

แบตเตอรี่ชีวภาพ



ถ่าน แบตเตอรี่ เป็นหนึ่งในขยะพิษ โซนี่จึงได้นำเสนอแบตเตอรี่รูปแบบใหม่ที่มีขบวนการทำงานเหมือนระบบย่อยอาหารในสิ่งมีชีวิต

รายละเอียด

  • แบตเตอรี่ต้นแบบนี้ได้ถูกนำมาแสดงในงาน Eco-Products 2011 ในกรุงโตเกียว(Tokyo)
  • แบตเตอรี่ต้นแบบนี้ใช้เศษกระดาษเป็นเป็นแหล่งพลังงาน และสามารถสร้างกระแสไฟฟ้าได้มากพอสำหรับ พัดลมขนาดเล็ก
  • แบตเตอรี่นี้ทำงานโดยใช้เอนไซม์ และเซลลูเลส(cellulase) ย่อยเซลลูโลส(cellulose) ให้กลายเป็นกลูโคส(glucose)ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ แบตเตอรี่นี้ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการทำงาน ซึ่งทำให้พวกมันมีหลักการในการทำงานเหมือนระบบย่อยอาหาร
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2076132/Sony-develops-battery-runs-waste-paper.html

ชนเผ่าผิวแดง แห่ง นามิเบีย



หญิงสาวชาวเผ่า Himba ที่อาศัยอยู่ท่างตอนเหนือของนามิเบีย(Namibia) จะทำการประทินผิวของพวกเธอทุกวันด้วย ดินสีแดงที่เรียกว่า Ochre ผสมน้ำมัน และขี้เถ้า เป็นการป้องกันแสงอาทิตย์และสภาพแวดล้อมสุดขีดในทะเลทรายที่พวกเขาอาศัยอยู่ พวกเธอจะไม่มีการอาบน้ำ แต่จะใช้การอบตัวด้วยสมุนไพร(ดังภาพจั่วหัว) เป็นประจำทุกวันในตอนเช้า

ข้อมูลอ้างอิง


  • http://photography.nationalgeographic.com/photography/photo-of-the-day/himba-woman-namibia/

คลังบทความ wowboom

เพื่อนๆ wowboom