ลิ้งค์ประเมิน ติดตาม และช่วยเหลือตัวเองตามเวรตามกรรม จากน้ำท่วม เพราะรัฐบาล เอา(ไม่)อยู่
วันนี้ พอดีเปิดไปดูช่องหอยม่วงมีการสัมภาษณ์นากยกสมาคมเกี่ยวกับซอฟต์แวร์อะไรซัก อย่าง(ขออภัยที่จำชื่อท่านและองค์กรไม่ได้) มีการพูดถึงเว็บที่จะใช้ช่วยเราในการประเมิน และติดตามสภาพน้ำท่วมได้จึงนำมาฝากกันครับ

อันแรกสุดเป็น http://flood.firetree.net/


เว็บ นี้เมื่อเราเลือกตรงช่อง sea level rise (สมมุติว่าเลือกที่ +5m) ภาพในแผนที่บริเวณใดเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแสดงว่าบริเวณนั้นน้ำจะท่วมในกรณี น้ำทะเลสูงขึ้น 5 เมตร(เว็บนี้ออกแบบมาใช้ทำนายน้ำท่วมจากน้ำทะเลสูงขึ้น)
  • ใน เมื่อมันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้กับน้ำท่วมจากการไหลบ่ามาจากแผ่นดิน และยังขาดข้อมูลความสูงถนนที่ออกแบบเพื่อเป็นคันกั้นน้ำ ขาดข้อมูลความสูงของพื้นบ้านแต่ละหลัง และความหยาบของชั้นความสูงที่ได้จากภาพถ่ายดาวเทียม ทำให้จึงอาจมีความคลาดเคลื่อน
  • แต่เราสามารถประยุกต์ใช้เพื่อดูว่า บริเวณใดสูงพอจะใช้เป็นพื้นที่จอดรถ ดูว่าบ้านตัวเองอยู่ในพื้นที่สูงหรือต่ำเพื่อประเมินโอกาสว่าจะถูกน้ำท่วม หรือเปล่าต้องยกของสูงอีกกี่เมตรเป็นต้น
  • ผู้ให้สัมภาษณ์บอกว่าน้ำ ท่วมคราวนี้ประเมินกันว่าจะท่วมที่ +5 เมตร ฉะันั้นบริเวณใดที่เลือกความสูง sea level rise +6m แล้วไม่เป็นสีน้ำเงินก็มีโอกาสรอดพ้นน้ำท่วมประเทศ54 นี้มากครับ

อย่าง ในรูปนี้ใช้ระดับ sea level rise +5m จะเห็นว่าบริเวณที่เป็นสีฟ้าคือเป็นบริเวณที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 5 เมตรลงไป(ประเมินว่าน้ำท่วมครั้งนี้จะสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางไม่เกิน 5 เมตร) ฉะนั้นบริเวณที่เป็นสีขาวก็ค่อนข้างปลอดภัย แต่จะให้ปลอดภัยก็ควรรันที่ 6 เมตรจะค่อนข้างแน่นอนครับ

อันที่สอง http://hermes.traffy.in.th/i/index.php

เป็น เว็บที่ใช้ดูกล้อง CCTV ของกรุงเทพมหานครออกแบบมาเพื่อดูการจราจรว่าติดขัดหรือเปล่า แต่เราก็สามารถประยุกต์ใช้ดูว่าถนนเส้นใดน้ำท่วมหรือเปล่า หรือท่วมหนักหรือเปล่าก็ได้


ปล. เนื่องจากมีกล้องจำนวนมากต้อง search ชื่อถนนช่วยจะทำให้หาง่ายขึ้นนะครับ
อันสุดท้าย เว็บสำนักระบายน้ำ

เว็บนี้มี 2 ส่วนคือตรวจวัดระดับน้ำในคลอง และตรวจวัดระดับน้ำที่ท่วมถนน

ส่วนติดตามระดับน้ำในคลอง ลิงค์นี้ http://dds.bangkok.go.th/Canal/
จากสถานีวัดระดับน้ำในคลองเปรมประชา จะเห็นว่าสีเหลืองคือระดับน้ำในคลองอยู่ที่ 0.96 ตลิ่งสูง 0.83 ทำให้น้ำท่วมล้นตลิ่งซ้ายออกไป



ส่วนที่สองเป็นระดับน้ำในถนน ลิงค์นี้ http://dds.bangkok.go.th/Floodmon/
จากสถานีวัดระดับน้ำท่วมในถนนแจ้งวัฒนะ14 จะเห็นว่าน้ำท่วมสูง 37.3 เซ็นติเมตร

อ้างอิง

  • จากรายการช่อง 11 เดิม (NBT) วันที่ 30 ตุลาคม 2554

เดินทางรอบโลก


ในปี 1519 - 1519 นาย Ferdinand Magellan นักสำรวจชาวโปรตุเกสและลูกเรือ เป็นคณะแรกที่ได้พิสูจน์ว่าโลกนั้นกลม ไม่ใช่แบนด้วยการเดินทางสำเร็จเป็นคณะแรก แต่ นายMagellan ถูกสังหารระหว่างการต่อสู้ระหว่างคณะของเขากับกลุ่ม Filipino ปล่อยให้กัปตัน Juan Sebastian del Cano และลูกเรือที่เหลือรอดอีก 17 คน เป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่เดินทางรอบโลกโดยเรือ


เรือ HMS Driver ที่ออกเดินทางจาก Spithead ประเทศอังกฤษ เป็นเรือเครื่องจักรไอน้ำลำแรกที่เดินทางรอบโลกสำเร็จ


ในปี 1898 นาย Joshua Slocum ชาวอเมริกันเป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถ เดินทางรอบโลกโดยลำพัง สำเร็จเป็นคนแรก โดยใช้เรือใบชื่อว่า Spray


ในปี 1933 นาย Wiley Hardeman Post นับินชาวอเมริกัน เป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถบินรอบโลกโดยลำพังสำเร็จเป็นครั้งแรก โดยใช้เครื่องบิน Lockheed Vega ที่มีชื่อว่า Winnie Mae เรายังมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุดปรับความดัน(Pressure suits)


ในปี 1960 เรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ ชั้น Triton ดินทางรอบโลกโดยการดำน้ำสำเร็จเป็นครั้งแรก


ในปี 1969 นาย Robin Knox-Johnston ชาวอังกฤษ เดินทางรอบโลกโดยลำพังรวดเดียวทางเรือสำเร็จเป็นคนแรก


ในปี 1999 นาย Brian Jones ชาวอังกฤษ ร่วมกับ นาย Bertrand Piccard ชาวสวิส ใช้บอลลูน Breitling Orbiter 3 เดินทางรอบโลกโดยใช้บอลลูนสำเร็จเป็นครั้งแรก

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://en.wikipedia.org/wiki/Ferdinand_Magellan
  • http://en.wikipedia.org/wiki/HMS_Driver_%281840%29

สถิติความเร็วทางบก ครั้งแรกของโลก


ในปี 1898 เคราท์ Gaston de Chasseloup-Laubat ชาวฝรั่งเศล เป็นเจ้าของสถิติความเร็วทางบกอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลก ด้วยรถอิเล็กโทรนิก Jentaud โดยทำความเร็วไว้ที่ 63.15 กิโลเมตร/ชั่วโมง


ในปี 1899 นาย Camille Jenatzy ชาวเบลเยียม เป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง และสถิติเคลื่อนที่ได้เร็วกว่า 1 ไมล์/นาที ในภาพนาย Camille Jenatzy(คนขับรถ) คนนั่งซ้อนท้ายคือภรรยาของเขา

ในปี 1902 นาย William K. Vanderbilt Jr. ชาวอเมริกัน ได้ทำสถิติรถเครื่องสันดาปภายใน ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ทำความเร็วได้ 122.43 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ในปี 1904 นาย Louis Rigolly ชาวฝรั่งเศล เป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่า 100 ไมล์/ชั่วโมง(160 กิโลเมตร/ชั่วโมง) โดยทำความเร็วได้ที่ 103.55 ไมล์/ชั่วโมง


ในปี 1963 นาย Craig Breedlove ชาวอเมริกัน ทำความเร็วได้ 407.45 ไมล์/ชั่วโมง(655.70 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ด้วยรถพลังเจ็ทที่ชื่อว่าจิตวิญญาณแห่งอเมริกัน(Spirit of Amarican) แต่สถิตินี้ทาง FIA ไม่ยอมรับสถิติเนื่องจาก FIA ไม่มีหมวดรถเครื่องยนต์เจ็ท


ในปี 1970 รถจรวด(Rocket car)ที่ชื่อว่า Blue Flame ขับโดย Gray Gabelich ชาวอเมริกัน ก็เป็นมนุษย์คนแรกที่เดินทางทางบกได้เร็วกว่า 1,000 กิโลเมตร/ชั่วโมง


ในปี 1997 นาย Andy Green ชาวอังกฤษ เป็นมนุษย์คนแรกที่เคลื่อนที่ทางบกได้เร็วกว่าเสียง ด้วยความเร็ว 1,227.952 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ข้อมูลอ้างอิง

  • The Book of FIRSTS
  • http://en.wikipedia.org/wiki/Gaston_de_Chasseloup-Laubat
  • http://www.econote.it/2011/04/08/e-luomo-creo-lauto-elettrica/
  • http://en.wikipedia.org/wiki/William_Kissam_Vanderbilt_II
  • http://en.wikipedia.org/wiki/Craig_Breedlove
  • http://news.drive.com.au/drive/motor-news/going-to-the-limit-20100211-nubn.html

กิ้งก่าหนาม



เมื่อเห็นรูปร่างที่มีหนามเต็มตัวคงคิดว่าพวกมันใช้หนามเพื่อป้องกันตัว แต่นั้นไม่ใช่ทั้งหมดของวิธีป้องกันตัวของพวกมันพวกมีเคล็ดลับสุดยอดซ่อนอยู่อีก


รายละเอียด
  • กิ้งก่าหนาม(Horned lizards) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "Phrynosoma" บางครั้งพวกมันถูกเรียกว่า คางคกหนาม หรือ กบหนาม เนื่องจากรูปร่างสั้นกลมเหมือนคางคก
  • หนามตามลำตัว และหลังของพวกมันนั้นพัฒนามาจากเกล็ด มีเฉพาะเขาบนหัวเท่านั้นที่เป็นเขาจริงๆ(กระดูกแข็ง)
  • กิ่งก่าหนามมี 15 สายพันธุ์โดย 8 ใน 15 มีถิ่นที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยกิ้งก่าหนามที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ในสหรัฐเช่นกัน มีชื่อว่า กิ้งก่าหนามเท็กซัส(Texas horned lizard)
  • พวกมันมีวิธีป้องกันตัวที่หลายหลาย ทั้งสีสันที่เหมือนสภาพแวดล้อมใช้ในการพรางกาย ใช้การวิ่งๆหยุดเพื่อล่อหลอก ถ้าหนีไม่สำเร็จพวกมันอาจจะใช้การโก่งตัวโชว์หนามแหลมตามร่างกาย หรือฝังตัวส่วนล่างของร่างกายในดินให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นหนามทำให้ยากต่อการกลืนกิน ใช้เขาบนหัวแทง และสำหรับนักล่าจำพวกหมาโคโยตี้พวกมันยังสามารถฉีดเลือดออกจากตาเลือดนี้มีกลิ่นและรสสุดห่วยเกินกิน
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://en.wikipedia.org/wiki/Horned_lizard
  • http://animals.nationalgeographic.com/animals/wild/events-monster-bash/worlds-weirdest-pictures/#/horned-lizard_41800_600x450.jpg

ตั๊กแตนตำข้าว



เนื่องจากขนาดของเรา กับ ตั๊กแตนตำข้าว นั้นแตกต่างกันอย่างมากเราจึงเห็นมันไร้พิษภัยแต่ในโลกของแมลงพวกมันคือ อสูรร้าย ที่แม้แต่นกตัวเล็กยังต้องระวัง

ความลับบางประการ


  • ในภาษาอังกฤษ ตั๊กแตนตำข้าว เขียนว่า Mantis ซึ่งหมายถึง Seer หรือ Prophet ซึ่งมีความหมายถึงผู้ทำนาย เนื่องจากชาวกรีกโบราณมีความเชื่อว่า พวกมันมีพลังเหนือธรรมชาติ
  • ตั๊กแตนตำข้าวเป็นแมลงล่าเหยื่อ ที่กินเฉพาะเหยื่อที่มีชีวิต อาวุธร้ายกาจของพวกมันคือขาหน้าที่เหมือนเคียวที่เรียงรายไปด้วยหนามแหลมที่ไว้ใช้จับเหยื่อ
  • ตั๊กแตนตำข้าวตัวเมียยิ่งอันตรายเนื่องจากขณะผสมพันธุ์พวกมันจะกินตัวผู้เป็นอาหาร โดยจะเริ่มกินจากส่วนหัวเป็นอย่างแรก ขณะที่ผู้กำลังชักกระตุกใกล้ตายก็จะเป็นการช่วยเร่งการฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่ร่างตัวเมีย
  • เราอาจจะเห็นว่าการกินผัวนั้นเป็นเรื่องสุดสยอง แต่ถึงตัวผู้จะไม่ถูกกินแต่มันก็จะตายในไม่ช้าหลังจากผสมพันธุ์ เพื่อการดำรงธ์เผ่าพันธุ์ตัวผู้จึงเลือกจะเป็นอาหารบำรุงให้แก่ตัวเมียเพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกของมันได้ถือกำเนิดลืมตาดูโลกดีกว่าตายไปเฉยๆ
บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://animals.nationalgeographic.com/animals/wild/events-monster-bash/worlds-weirdest-pictures/

ต้นไม้ลำต้น เป็น สี่เหลี่ยม



โดยทั่วๆไปลำต้นของต้นไม้จะมีลักษณะเป็นวงกลม แต่มีสถานที่บางแห่งบนโลกที่ต้นไม้จะมีลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม

รายละเอียด

  • ต้นไม้สี่เหลี่ยม เป็นเฉพาะไม้ในตระกูลต้นฝ้าย(Cotton tree) ที่ขึ้นในบริเวณห่างจากทางเหนือของคลองปานามา 2 - 3 ไมล์ บริเวณปากปล่องภูเขาไฟ เท่านั้น
  • ไม่เพียงแต่ลำต้นเท่านั้นที่เป็นสี่เหลี่ยม แม้แต่วงปีก็ยังเป็นสี่เหลี่ยม
  • การที่บริเวณนี้เป็นปากปล่องภูเขาไฟทำให้ดินบริเวณนี้เป็นเถ้าภูเขาไฟ และเป็นเหตุให้บริเวณนี้ก็ร้างผู้คนอาศัยมานับร้อยปีแล้ว
  • นักจัยจากมหาวิทยาลัยฟอร์ลีด้า จึงได้ทำการเพาะกล้าของต้นฝ้ายเพื่อไขปริศนานี้หากต้นกล้าที่โตขึ้นยังคงความเป็นเหลี่ยมนั้นย่อมเกิดจากลักษณะของพันธุ์ไม้ แต่ถ้าไม่มันต้องเกิดจากสภาพแวดล้อมเฉพาะถิ่นของบริเวณนี้
  • ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปว่าต้นไม้เหล่านี้ทำไมถึงมีลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม
บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://atlasobscura.com/place/valley-of-square-trees

ตำราโบราณ ยูเรก้า



พบตำราของนักคณิตศาสตร์ วิศวกร นักดาราศาสตร์ และนักฟิสิกส์เอก เจ้าของวลี"ยูเรก้า"


ข้อมูลอ้างอิง

  • ค้นพบตำราฉบับสำเนาของอาร์คีมีดีส(Archimedes) ที่มีอายุกนับพันปี
  • ตำราเล่มนี้ได้ชื่อว่า “Tatters” เนื่องจากข้อความเดิมในตำราถูกขูดลบทิ้ง และเขียนทับลงใหม่ด้วยบทสวดมนต์
  • ตำราอายุกว่า 1000 ปี เล่มนี้ถูกปประมูลด้วยราคา 2 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา(60 ล้านบาท) ในปี 1998 โดยขณะนี้(ปี2011)Tatters ได้ถูกนำออกแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Walters เมือง Maryland ประเทศอังกฤษ
  • เชื่อว่าตำราเล่มนี้ถูกเขียนสำเนาจากต้นฉบับของอาร์คีมีดิส ในช่วงศตวรรษที่ 10 โดยอีก 200 ปีต่อมา ในเยรูซาเร็ม(Jerusalem) มันได้ถูกลบข้อความออกและเขียนทับโดยนักบวชที่ชื่อ Johannes Myronas(ชื่อนักบวช ค้นพบโดยการเอ็กซ์เรย์บนหน้าแรก) โดยเนื้อหาที่ถูกเขียนทับใหม่นั้นเป็นบทสวดมนต์
  • ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ตำราของ อาร์คีมีดิสเล่มนี้ถูกเขียนทับเป็นตำราบทสวดมนต์ เนื่องจากถ้ามันไม่เป็นหนังสือสวดมนต์มันคงจะหายสาบสูญ หรือไม่มีใครสนใจที่จะเก็บรักษามันมาเป็นเวลานับพันปี
  • มันถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดีจนเวลาล่วงเลยถึงปี 1844 และถูกค้นพบอยู่ในโบสภ์ Constantinople
  • ในปี 1906 นาย Johan Ludwig Heiberg ได้ค้นพบกล่าวว่าตำราสวดมนต์นี้มีมีผลงานที่สาบสูญของ อาร์คีมีดิส
  • ในปี 2000 โครงการคัดลอกข้อความที่ถูกลบ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Walters ได้เริ่มดำเนินการกู้ข้อความที่สาบสูญ
  • ปัจจุบันข้อความที่ถูกลบได้ถูกคัดลอกเสร็จเรียบร้อย
  • อาร์คีมีดิส เป็นที่รู้จักในความสามารถเรื่องวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ และวลี ยูเรก้า(Eureka ที่แปลว่า ฉันได้ค้นพบมันแล้วโว๊ย!) จากการค้นพบการแทนที่ในน้ำขณะกำลังลงแช่น้ำในอ่างอาบน้ำ

เมื่อทำการถ่ายภาพด้วยแสงอุลตร้าไวโอเรส จะเห็นวงกลมที่เป็นภาพที่ถูกลบออกปรากฏขึ้นบริเวณกลางหน้ากระดาษค่อนไปทางด้านบน

ข้อมูบอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2050631/Eureka-1-000-year-old-text-Greek-maths-genius-Archimedes-goes-display.html

วิญญาณ แห่ง เวหา



เมื่อไม่นามมานี้ wowboom เคยนำเสนอบทความ วิญญาณ แห่ง ขุนเขา วันนี้มีภาพวิญญาณ แห่ง เวหา มาให้ชมกันอีกครั้งลองทายดูว่ามันเกิดจากอะไรกันดูนะครับ


รายละเอียด

  • ภาพที่เห็นนี้เป็นภาพ นกพิราบไม้(Wood pigeon) ที่บินชนกระจกหน้าต่างบ้าน
  • ภาพนี้ถ่ายโดยนาย David Hartley ที่ถ่ายหน้าต่างบ้านของตัวเองที่หมู่บ้านKingsclere เมืองBerkshire ประเทศอังกฤษ
  • ส่วนคราบที่เห็นนี้เกิดจาก ผงแป้งบนตัวนกพิราบ ซึ่งผงแป้งนี้ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ขนนกเปียก
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2049634/OUCH-Thats-pigeon-need-pane-relief-bird-creates-eerie-print-crashing-window.html

รุ้งไฟ



ช่างภาพท่องเที่ยวได้บันทึกภาพปรากฏการณ์ธรรมชาติบนท้องฟ้าสุดงดงาม ที่เห็นในภาพที่เรียกว่า รุ้งไฟ


รายละเอียด


  • ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ปรากฏให้เห็นได้ยากยิ่งที่มีชื่อว่า รุ้งไฟ(Fire rainbow หรือ Circumzenithal arc)
  • ปรากฏการณ์นี้มีลักษณะเป็น รุ้งแนวราบ(Horizontal rainbow เป็นรุ้งที่มีลักษณะเป็นราบแบน ไม่เหมือนรุ้งทั่วไปที่มีลักษณะโค้ง)
  • ภาพนี้บันทึกภาพโดย ช่างภาพท่องเที่ยวที่มีชื่อว่า Anton Jankovoy ชาวยูเครน ถ่ายได้ที่เมือง Ghasa ในเนปาล โดยใช้กล้องที่เซทให้เปิดรูรับแสงให้กว้าง(Large aperture)ที่ f/4 ใช้ความเร็วซัทเตอร์ที่ 1/400 sec.
  • ปรากฏการณ์รุ้งไฟเกิดขึ้นจากการที่ แสงจากดวงอาทิตย์หักเหออกจากผลึกน้ำแข็งในเมฆเซอรัส (Cirrus Cloud เป็นเมฆที่อยู่ในระดับสูง ที่มีลักษณะเป็นแผ่นบาง หรือฝอยบางๆลักษณะเหมือนขนนกทำให้แสงสามารถผ่านได้โดยง่าย) ในแนวราบ
  • โดยรุ้งไฟจะไม่ปรากฏในพื้นที่ที่อยู่เหนือจากเส้นละติจูดเหนือที่ 55 และจะไม่ปรากฏในพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าเส้นละติจูดใต้ที่ 55
บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2036443/Travel-photography-Fire-rainbow-revealed-window-clouds.html

กล้อง Lytro



เห็นรูปแล้วอาจจะคิดว่ามันเป็นต้องส่องทางไกล แต่มันเป็นกล้องถ่ายรูปที่ใช้เทคโนโลยี่ใหม่ล่าสุดคือ ให้คุณสามารถเลือกโฟกัสภาพได้ทีหลังจากถ่ายรูปไปแล้ว

รายละเอียด

  • กล้องถ่ายรูป Lytro จะมีเพียงปุ่ม On-Off กับปุ่มกดถ่ายรูป
  • เวลาถ่ายรูปคุณไม่จำเป็นต้องโฟกัสภาพ คุณสามารถกดถ่ายได้ทันที
  • เมื่อนำภาพที่ถ่ายมาเปิดบนเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณสามารถคลิกได้เลยว่าต้องการให้ภาพนั้นเป็นแบบหน้าชัดหลังเบลอ หรือ หน้าเบลอหลังชัด เมื่อเลือกโฟกัสที่ต้องการได้ ก็ทำการแปลงภาพเป็น File JPEG
  • โดยกล้องนี้จะออกจำหน่ายในช่วงปลายปี 2011 ในราคา 399 เหรียญสหรัฐ(ประมาณ 12,000บาท)
  • เทคโนโลยี่นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในอดีตมีกล้องที่ชื่อว่า "plenoptic" หรือ "light field" ที่มีความสามารถในการถ่ายภาพได้เช่นเดียวกับกล้อง Lytro แต่กล้อง Plenoptic นั้นมีเลนส์ขนาดใหญ่เท่าห้องที่ติดตั้งอยู่กับคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง
  • ในกล้องถ่ายรูปทั่วๆไปจะมีเลนส์ 1 ถึง 2 อัน แต่กล้อง Lytro แทนที่เลนส์เหล่านั้นด้วยเลนส์ขนาดเล็กจำนวนมากเรียงกันอยู่ โดยเลนส์ขนาดเล็กเหล่านั้นจะดูดซับแสงทั้งหมดทุกทิศทางที่สะท้อนเข้าหน้ากล้อง เพื่อสร้างภาพที่มีชีวิต(living picture)สามารถเปลี่ยนแปลงจุดโฟกัสได้ตามต้องการ

ลองทดสอบโดยการเลือกโฟกัสภาพโดยการคลิกที่รูปดู ภาพจะเปลี่ยนจุดโฟกัสไปเรื่อยๆตามที่เราคลิก

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2051483/The-camera-lets-decide-focus-AFTER-shot--taking-possible-photo-once.html
  • https://www.lytro.com/living-pictures/282?utm_source=Embed&utm_medium=EmbedLink/282

ม่ายกินผักคะม่ายกินผัก



คุณปู่ Philip Vowles วัย 62 ปี พยายามหาวิธีให้หลานสาวตัวยุ่งวัย 5 ขวบที่ชื่อว่า ปารีส ที่ไม่ชอบกินผัก โดยใช้วิธีให้หลานตัวน้อยช่วยงานในสวนโดยการปลูกกะหล่ำปลี(Cabbage)ยักษ์ที่มีน้ำหนักถึง 50 กิโลกรัมซึ่งนั้นมันหนักว่าหนูน้อยปารีสถึง 2 เท่า

หนูน้อยปารีส กล่าวว่า
ผักที่หนูปลูกนั้น รสชาติดีกว่าที่ซื้อจากซุปเปอร์มาเก็ตมากเลยคะ

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2046762/More-day-Cabbage-patch-kid-grows-giant-vegetable.html

ใบไม้ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ


ภาพที่เห็นนี้ไม่ใช่คนที่ตัวเล็กที่สุดในโลก คนในภาพเป็นคนปกติทั่วๆไป

รายละเอียด


  • ใบไม้ที่เห็นนี้คือใบต้น Gunnera Manicata มันถือว่าเป็นใบไม้ที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ใหญ่ซะจนสามารถให้ครอบครัวเล็กทั้งครอบครัวสามารถนั่งปิกนิคได้ทั้งครอบครัว
  • ต้น Gunnera Manicata เป็นพืชมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ที่ขึ้นในป่าในเทือกเขาแอนดิส(Andes)
  • เห็นอย่างนี้การจะมุดไปอยู่ใต้ใบของพวกมันอาจได้เลือดเนื่องจากใต้ใบมีหนามแหลมอยู่เป็นจำนวนมาก และใบก็ไม่สามารถนำไปบริโภค
  • ต้น Gunnera Manicata ที่เห็นนี้ปลูกอยู่ที่สวกึ่งเขตร้อน Abbotsbury ใน Dorset มันถูกนำมาปลูกในสวนพฤษศาสตร์ตั้งแต่เมื่อสามสิบปีที่แล้ว แต่ ปีนี้พวกมันเกิดเติบโตใหญ่กว่าปกติถึง 0.90 เมตร จนมีใบใหญ่ถึง 3.3 เมตร
  • ซึ่งคาดว่าการที่มันเจริญเติบโตอย่างปกตินั้นเป็น ผลจากการที่ฤดูร้อนนี้มีอากาศที่ร้อนชื้นกว่าปกติ เนื่องจากมันเป็นพืชที่ขึ้นในพื้นที่ดินโคลนชื้นแฉะ สามารถอากาศร้อนชื้นจึงเหมาะสมต่อการให้พวกมันเจริญเติบโตกว่าปกติ
ข้อมูลอ้างอิง

  • www.dailymail.co.uk/news/article-2050534/Gunnera-Manicata-Huge-Brazilian-plant-growing-Dorset-11ft-wide-leaves.html

หญิงแก่ ที่มีรอยสักมากที่สุดในโลก

ด้วยวัย 74 ปี(ณ ปี 2011) และรอยสักทั่วร่างถึง 76% เหลือเพียงใบหน้า ฝ่าเท้า หู และบางส่วนของมือ ที่ไร้รอยสัก เธอจึงถูกบันทึกในกินเนสบุ๊กว่าเป็น หญิงแก่ ที่มีรอยสักมากที่สุดในโลก

รายละเอียด

  • เธอผู้ครองตำแหน่ง หญิงแก่ที่มีรอยสักมากที่สุดในโลก จาก กินเนสบุ๊ก มีชื่อว่า อิซาเบล วาร์ลี่ย์(Isobel Varley) ชาวเมืองยอร์คเซียร์(Yorkshire) ประเทศอังกฤษ
  • เธอเริ่มสักครั้งแรกเมื่ออายุอานาปาเข้าไป 49 ขวบปี และก็หลงไหลในการสัก และทำการสักเรื่อยมาจนเกือบทั่วร่างกายจนมีรอยสักทั่วร่างกาย 76%
  • เธอแต่งงานเมื่อตอนอายุ 21 ปี และชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปตลอดกาลในปี 1986 เมื่อเธอและสามีได้ไปเที่ยวชมนิทรรศการรอยสัก ที่ Hammersmith Palais ในกรุงลอนดอน มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้มากชมนิทรรศการรอยสัก มันช่างมหัศจรรย์ และงดงาม และที่นี้เองที่เธอได้พบกับช่างสักนามว่าบิลล์ คุก(Bill Cook)ซึ่งมีร้านสักอยู่ข้างเมืองที่เธออาศัยอยู่
  • เธอแทบจะข่มตานอนไม่ได้อีกแล้วรอคอยจะให้ถึงวันที่ 14 สิงหาคม 1986 ที่เป็นวันนัดกับ บิลล์ คุก ไปสักรอยสักแรกในชีวิตของเธอ
  • รอยสักแรกของเธอคือ นกตัวเล็กๆที่สบักขวา เมื่อเธอเห็นผลงานเธอถึงกับต้องร้องขอให้ บิลล์ ช่วยสักรอยสักที่สองให้เธอและเธอได้รับรอยสักที่สองเป็นกล้วยไม้เล็กที่ต้นขาซ้าย และมันคือจุดเริ่มต้นแห่งเส้นทางสักอันยาวนานของเธอ
  • เธอเป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบในเรื่องอย่างว่า เธอจึงสักรูปอวัยวะเพศชายไว้เต็มหัว และอีกหลายแห่งทั่วร่างกาย พร้อมกับข้อความว่า "HUNGRY PUSSY" เหนือของลับเธอ
  • ด้วยรอยสัก และการใช้ชีวิต เธอจึงนับเป็นหนึ่งใน คนขุดขีด

รูปเต็มตัวของเธอ หญิงแก่ ผู้มีรอยสักมากที่สุดในโลก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.isobelvarley.com/
  • http://www.ugly.org/ugly_models.php?name=GWR

แพ้ยา จากสาวยี่สิบ กลายเป็นยายเจ็ดสิบ



ใครจะเชื่อว่าในเวลาไม่กี่วันจากหญิงสาววัยยี่สิบเธอจะเปลี่ยนไปจนเหมือนเป็นหญิงชรา ดังภาพ

รายละเอียด

  • ภาพจั่วหัวนี้เป็นภาพของหญิงสาวเวียดนามที่ชื่อว่า Nguyen Thi Phuong ภาพแรกถ่ายขณะเธอมีอายุ 21 ในวันแต่งงาน ส่วนอีกภาพถ่ายขณะเธอมีอายุ 26 ปี
  • โดยในปี 2008 เธอเริ่มมีอาการคันทั่วร่างกาย ซึ่งเธอคิดว่ามันเกิดจากอาการแพ้อาหารทะเลของเธอ อาการคันทำให้เวลาเธอนอนหลับเธอจะเผลอเกาจนเกิดเป็นแผล เธอได้แต่หาซื้อยากินจากร้านขายยาแทนการไป้รักษาที่โรงพยาบาลเนื่องจากเธอ และสามีมีฐานะยากจน
  • เธอกล่าวว่าหลังจากเวลาผ่านไป 1 เดือน ที่ซื้อยากินอาการคันนั้นหายไป แต่ผิวเธอนั้นหลงเหลือรอยแผลเป็น เป็นหลุมๆ เธอจึงหันไปหาการรักษาด้วยแพทย์พื้นบ้านจนแผลเป็นหายแต่ผิวหนังเธอเริ่มหย่อนยานลง wowboom
  • เธอเปลี่ยนตำหรับยาพื้นบ้านเพื่อทำการรักษาปัญหาผิวหย่อนยานแต่มันไร้ผล
  • แพยท์กล่าวว่า การที่เธอเปลี่ยนไปจากหญิงสาวน่ารัก จนคล้ายหญิงชรานั้นอาจเป็นผลมาจากการใช้ยาพื้นบ้านซึ่งบ่อยครั้งที่มักจะมีการเติมสาร Corticoids(เป็นสารในกลุ่มสเตอลอย์โฮโมน) ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติทางผิวหนังที่เรียกว่า Mastocytosis ทำให้ร่างการผลิตมาสท์เซลล์(Mast cells)ขึ้นมากผิดปกติ
  • อาการผิดปกตินี้ส่งผลให้ชั้นเนื้อเยื้อไขมันใต้ผิวหนัง แยกตัวออกผิวหนังด้านบน ขณะที่ผิวหนังด้านบนยังคงเจริญเมื่อไม่มีชั้นไขมันคอยยึดรั้งผิวหนังด้านบนจึงเจริญเติบโตยืดยาวทำให้ดูเหมือนผิวหนังหย่อนยาน เหี่ยวย่น
  • แต่ทั้งเธอ และสามารถจำไม่ได้ว่าได้ใช้ยาอะไร หรือซื้อจากแหล่งใดบ้างในการรักษาอาการของเธอ
  • อาการดังกล่าวนี้ไม่มีวิธีรักษา แต่มีวิธีบรรเทา โดยใช้ยา และใช้เลเซอร์เทอราปีในการลบเลือนริ้วรอย แพทย์คาดว่าจะสามารถบรรเทาอาการของโรคลงได้ 50-70%
  • ถึงเธอจะดูเหมือนหญิงชรา แต่ มันไม่ได้ส่งผลถึงการมีประจำเดือน ไม่ทำให้ผมหงอกหลุดร่วง ไม่ส่งผลให้ฟันหัก ไม่ทำให้สายตาฝ้าฟาง และไม่ส่งผลต่อจิตใจของเธอเพราะสามีของเธอยังคงรักเธอไม่เปลี่ยนแปลงถึงแม้ร่างกายเธอจะเปลี่ยนไป
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/health/article-2048678/Nguyen-Thi-Phuong-Vietnamese-woman-ages-50-years-days.html

ปลาประหลาด ฉลามตาเดียว



มีตาเดียวขนาดใหญ่ลำตัวสีขาว ไม่มีแขนขา เห็นภาพแล้วคิดว่าสิ่งนี้มันคืออะไรลองทายกันดู แล้วลองอ่านรายละเอียดด้านล่างว่าทายถูกหรือเปล่า
รายละเอียด

  • เฉลย ภาพที่เห็นจั่วหัวคือ ปลาฉลาม
  • ฉลามตัวนี้มีลำตัวยาว 56 เซ็นติเมตร มีดวงตาหนึ่งดวงขนาดใหญ่ด้านหน้า ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโรค “Cyclopia” ที่มีเพียงสัตว์ไม่กี่สายพันธุ์(รวมถึงมนุษย์) ที่ป่วยเป็นโรคนี้
  • เมื่อปีที่ผ่านมาชาวประมงนามว่า Enrique Lucero León จับปลาฉลาม Dusky ท้องแก่ได้ใกล้ๆเกาะ Cerralvo ใน อ่าวแคลิฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก เมื่อ León ผ่าท้องฉลามออกเขาก็พบว่ามีลูกปลาฉลามไหลออกมา 9 ตัว แต่มีตัวอะไรซักอย่างมีลักษณะเหมือนปลาฉลามแต่มีสีขาวที่สำคัญมีตาเดียว ซึ่งเป็น ปลาประหลาด ที่สุดที่เขาเคยพบมา
  • เมื่อนักชีววิทยานามว่า Galván-Magaña และทีม ได้ยินเรื่องดังกล่าวผ่าน Facebook เขาจึงได้ขอยืมซากปลาฉลามตาเดียวเพื่อมาทำการตรวจสอบโดยการ X-ray และตรวจสอบงานวิจัยในอดีตเกี่ยวกับโรค Cyclopia ทำให้ทีมงานยืนยันว่าซากปลาฉลามตัวนี้เป็นของจริงที่เกิดจากการป่วยเป็นโรค Cyclopia
  • ฉลามตัวนี้ยังมีอาการป่วยเป็นโรคเผือก(Albinism รอยโรคทำให้เนื้อเยื้อไม่มีเม็ดสี) ร่างกายผิดรูป ไม่มีรูจมูก ร่วมด้วย ซึ่งหากมันสามารถมีชีวิตรอดจนถึงคลอดก็คงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานนักเนื่องจากสีผิวที่สะดุดตานักล่า ร่างกายที่ผิดรูปทำให้ว่ายน้ำได้ไม่ดีนัก
  • ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม(รวมถึงมนุษย์)การป่วยเป็นโรค Cyclopia นี้เกิดจากการที่มารดาขาดสารอาหารโดยเฉพาะวิตามินเอ แต่สำหรับฉลามนั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแต่คาดว่าเกิดจากมลพิษในน้ำทะเล
คลังภาพ


ภาพเปรียบเทียบระหว่าง ลูกฉลามปกติ กับ ปลาฉลามตาเดียว


เทียบกับพี่น้องท้องเดียวกัน ดูยังไงก็ไม่เหมือนกันแม้แต่นิคเดียว


ซูมดูใกล้ๆยิ่งดูเหมือนลูกอ๊อตผสมปลาหมอสีทำให้หัวโหนก แถมกินกลูต้าไธโอนเกินขนาดเลยซีด แถมใส่บิ๊กอายตาโต

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://news.nationalgeographic.com/news/2011/10/pictures/111013-shark-albino-one-eyed-fetus/?source=hp_dl2_news_cyclops20111015

อายุเท่าไร



โดยตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ว่า จักรวาลเกิดขึ้นด้วยการระเบิดบิ๊กแบงค์
  • นักดาราศาสตร์ได้ทำการคำนวนอายุของจักรวาลโดยอาศัยข้อมูลจากการวัดค่า องค์ประกอบของสสารในจักรวาล และความหนาแน่นของพลังงานในจักรวาล ทำให้สามารถหาได้ว่าจักรวาลนั้นขยายตัวด้วยความเร็วเท่าไรในอดีต และเมื่อนักดาราศาสตร์ได้ทำการคำนวณย้อนกลับทำให้สามารถระบุได้ว่าเกิดบิ๊กแบงค์ขึ้นเมื่อประมาณ 13.7 พันล้านปีล่วงมาแล้ว
  • ทำให้จักรวาลมีอายุ 13.7 พันล้านปี บวกลบ 130 ล้านปี
ข้อมูลอ้าวอิง

  • http://www.space.com/13172-7-surprising-universe-facts.html

หลังจากผมหายไปซะหายวัน เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 5 และ 8 ตุลาคม 2554 Admin DEN ก็ยุ่งอยู่กับการที่ต้องไปอยุธยาเพื่อช่วยย้ายของให้ ย่า กับ ป้า

พอวันที่ 10 ตุลาคม 2554 Admin DEN ต้องไปทำงานที่ ภูเก็ต 25 วัน ตอนเดินทางออกจากกรุงเทพก็รถติดซะเนื่องจากน้ำท่วมอีกแล้วครับท่าน

ตอนเย็นโทรสอบถามที่บ้านก็ได้รับข่าวว่าตอนนี้ต้อง อพยพ ย่า กับ ป้า มาพักกับอาที่กรุงเทพแล้วเนื่องจากน้ำท่วมสูงมากห่างจากพื้นเรือนโซนสูงอีกไม่กี่นิ้ว น่าจะเป็นครั้งแรกที่ย่าผมที่อายุ 100 ปี ต้องย้ายหนีน้ำท่วม(ปล.บ้านย่าติดคลองน้ำท่วมทุกปีแต่เป็นบ้านใต้ถุนสูง)

พอมาถึงภูเก็ต ฝนก็ตกตอนเย็นเกือบทุกวัน มันจะตกอะไรนักหนา จะให้ท่วมกันทั้งประเทศเลยหรือ แต่ภูเก็ตยังปลอดภัยจากภัยน้ำท่วมอยู่ : )

พอหาที่พักที่นอนได้ กะ จะเล่นเน็ทติดตามข่าวน้ำท่วมก็พบว่าผมลืมว่าตอนนี้ผมใช้ Sim 3G ของ i-Kool มันเล่นได้แค่กรุงเทพ ที่ภูเก็ตเล่นไม่ได้ : (

เลยแวะไป โลตัส หาซื้อ Net Sim ได้ของดีเทคมามันก็ดันใช้ไม่ได้เมื่อต่อเข้าคอมพิวเตอร์ แต่เล่นบนโทรศัพท์ได้ซะงั้น

สรุปกว่าจะเล่นเน็ทได้ต้องรอถึง วันนี้ 15 ตุลาคม 2554 ไปซื้อ Net Sim ของ AIS ถึงจะเล่นเน็ทได้ซะที

ตอนนี้ก็ต้องรอลุ้นอยู่ว่าบ้านที่กรุงเทพของ Admin DEN จะรอดหรือเปล่าเพราะที่บ้านอยู่ข้างถนนศรีนครินทร์ ใกล้ลาดกระบัง ห่างรามก็ไม่มาก ไปอีกนิคก็ถึงสุมทรปราการ หนาวเลยครับทุกคน แต่

wowboom ขอเป็นกำลังใจ ให้ผู้ประสบภัยทุกคนนะครับ
ขอให้น้ำลดเร็วๆ และร่วมมือกันฟื้นฟูประเทศของเราด้วยกัน

โลกมีอายุเท่าไร



คำถาม

  • หากจะถามว่าโลกมีอายุเท่าไร?
คำตอบ

  • มีอายุประมาณ 4.54 พันล้านปี โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ บวกลบ 1%
  • การหาอายุของโลกนั้นอยู่บนพื้นฐานจากการหาอายุด้วยวิธี Radiometric age dating จากตัวอย่างอุกกาบาต และอายุที่ได้ก็สอดคล้องกับตัวอย่างหินที่ได้จากโลก และตัวอย่างจากดวงจันทร์
  • โดยตัวอย่างที่เก่าที่สุดของโลกเป็น ชิ้นผลึกZircon ที่ได้จาก Jack Hills ในบริเวณตะวันตกของออสเตรเลียที่มีอายุไม่น้อยกว่า 4.404 พันล้านปี
  • ส่วนตัวอย่างที่เก่าที่สุดนั้นได้จาก อุกกาบาต ที่มีอายุ 4.567 พันล้านปี
  • จากตัวอย่างจาก Jack hills และอุกกาบาตทำให้ได้เราสามารถพอประมาณอายุของโลกได้
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://en.wikipedia.org/wiki/Age_of_the_Earth

หินรูปทรงประหลาด



ภาพฉากหลังที่เห็นเป็นเทือกเขา Sierra Nevada ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาโพรน ตัดกับฉากหน้าที่เป็นหินรูปทรงแปลกตาคล้ายต้นบร็อคโคลี่หิน


รายละเอียด

  • สิ่งเห็นเป็นหินรูปทรงแปลกตามีชื่อเรียกว่า Sand tufa
  • Sand tufa เกิดขึ้นมาจากในอดีตบริเวณดังกล่าวเป็นทะเลสาบที่มีน้ำมีฤทธิ์เป็นด่าง เมื่อมีน้ำจืดพุขึ้นมาเบื้องล่างทำให้เกิดการก่อตัวสะสมของแคลเซีย คาร์บอเนต(calcium carbonat)ที่พื้นทะเลสาบ
  • เมื่อทะเลสาบเหือดแห้ง ก้นทะเลสาบส่วนที่เปราะบางก็จะถูกสภาพอากาศกัดเซาะ กระแสลมจะพัดพาเศษทรายออกไปเผยให้เห็นแต่ส่วนที่แข็งของแคลเซีย คาร์บอเนต ที่แข็งตัวเหมือนต้นบร็อคโคลี่
  • ภาพที่เห็นนี้เป็น Sand tufa ใน อาริโซน่า
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://science.nationalgeographic.com/wallpaper/science/photos/weathering-erosion-gallery/sand-tufa/

เก่าที่สุดในจักรวาล



รายละเอียด

  • ซุปเปอร์โนว่า(Supernovas)ที่เก่าที่สุดในจักรวาล นั้นเกิดจากดวงดาว 150 ดวงในบริเวณที่เรียกว่า Subaru Deep Field ระเบิด
  • การค้นพบนี้เป็นผลงานของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Tel Aviv ที่ใช้กล้องโทรทรรศน์ Subaru ที่ตั้งอยู่ที่ภูเขาไฟ Mauna Kea ในฮาวาย ทำการส่องไปในบริเวณที่เกิดซุปเปอร์โนว่า โดยใช้เวลาหลายคืนในการสะสมแสงอันเลือนลางจากซุปเปอร์โนว่าจากกาแล็คซี่อันไกลโพ้นจนสามารถสร้างเป็นภาพขึ้นมาได้
  • โดยซุปเปอร์โนว่านี้เกิดขึ้นเมื่อกว่า 1 หมื่นล้านปีมาแล้วทำให้มันเป็นสิ่งที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบขณะนี้
  • โดยทีมวิจัยได้ใช้เบาะแสจาก สิ่งที่เรียกว่า อนุภาคเทอร์โมนิวเคลียร์(thermonuclear)ของธาตุ Iron ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดเกิดการระเบิดซุปเปอร์โนว่า จากการวิเคราะห์ทำให้ทราบว่าเป็นชนิดแอลเอ(thermonuclear Type-la)ที่จะเกิดขึ้นจากการระเบิดของดาวแคระขาว
ข้อมูลอ้างอิง
  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2045663/10billion-year-old-supernovas-spotted-Subaru-Deep-Field.html

มาอีกแล้ว



เสื้อคลุมล่องหน มาอีกแล้วแต่ก่อนก็เคยนำเสนอแบบใช้แผ่น Metaflex หักเหแสงออกจากวัตถุ แต่เสื้อคลุมล่องหนในบทความนี้ใช้ความร้อน ในการทำให้วัตถุล่องหนแทน

รายละเอียด
  • แน่นอนแนวคิดเสื้อคลุมล่องหนตัวนี้ก็ยังใช้หลักการหักเห หรือ เบี่ยงเบนแสงออกจากวัตถุเช่นเดิม แต่คราวนี้ใช้ความร้อนในการหักเหแสงแทน
  • ในการทดลองนี้ใช้ เส้นใยคาร์บอนที่สามารถนำไฟฟ้าได้ ใส่ไว้ในน้ำเมื่อทำการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นใยคาร์บอน เส้นใยจะร้อนขึ้นอย่างเฉียบพลัน
  • เมื่อเส้นใยร้อนขึ้นอย่างเฉียลพลันจะก่อให้เกิดชั้นน้ำร้อนเหนือพื้นผิววัสดุ และชั้นความร้อนนี้เองที่จะทำหน้าที่สะท้อนแสงกลับออกไปก่อนที่แสงจะตกกระทบวัตถุเบื้องหลัง ทำให้แสงที่สะท้อนกลับมาสู่ตาก็เป็นเพียงภาพน้ำ(ร้อน)
ข้อมูลอ้างอิง
  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2045118/Invisibility-cloak-created-scientists-theres-hitch--works-UNDERWATER.html

ป่าตะขอ



ณ บริเวณเล็กๆในป่าทางตะวันตกของ โปแลนด์ มีต้นสนประหลาดอยู่ประมาณ 400 ต้น ที่เจริญเติบโตขึ้นมาอย่างผิดรูปผิดร่าง โค้งงอเป็นตะขอและมันยังคงเป็นปริศนาถึงทุกวันนี้

รายละเอียด

  • ป่าแห่งนี้มีชื่อว่า ป่าที่ถูกทำให้โค้งงอ(Crooked Forest) ตั้งอยู่ในเมือง Szczecin ประเทศโปแลนด์
  • ถายในป่ามีต้นสนอยู่ประมาณ 400 ต้น ที่มีลำต้นส่วนล่างโค้งงอไปทางทิศเหนือ ที่ถูกล้อมรอบด้วยป่าที่เป็นต้นไม้ปกติ(ลำต้นตรง)
  • ต้นสนเหล่านี้ถูกปลูกขึ้นมาในราวๆปี 1930 โดยน้ำมือมนุษย์ที่โดยทั่วไปจะปลูกประมาณ 7-10 ปี จะถูกโค่นเพื่อนำเนื้อไม้ไปใช้ประโยชน์ แต่ทำไมต้นสนเหล่านี้จึงถูกเกษตกรทำให้โค้งงอ เขามีวัตถุประสงค์ หรือกระทำเช่นนี้เพื่ออะไรยังคงเป็นปริศนาอยู่ทุกวันนี้
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://news.discovery.com/earth/polands-crooked-forest-mystery-110628.html

พบสมบัติ บน ดวงจันทร์



เมื่อเราเห็นภาพดวงจันทร์เราคงคิดว่ามันเป็นดินแดนเว้งว้าง แห้งแล้งไร้ซึ่งชีวิต ที่มีแต่ฝุ่นสีเทาทั่วทั้งดวงดาว

รายละเอียด

  • จากภาพถ่ายดาวเทียมจากยานสำรวจอวกาศที่โคจรอยู่ในวงโคจรของดวงจันทร์ได้ทำการ แผนที่ ที่เผยให้เห็นว่าบนพื้นผิวของดวงจันทร์นั้นมีโลหะมีค่าอย่าง ไทเทเนียม จำนวนมหาศาล
  • ยานสำรวจที่โคจรอยู่นั้นมีการติดตั้ง กล้องถ่ายภาพมุมกว้างที่ความละเอียดระหว่าง 100 ถึง 400 เมตร/พิกเซิล ที่สามารถสแกนพื้นผิวของดาวจันทร์ด้วยความยาวคลื่นที่แตกต่างกันถึง 7 ความยาวคลื่น
  • เนื่องด้วยแร่ธาตุแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติในการดูดซับ หรือ สะท้อน สเปกตั้มคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แตกต่างกันไป
  • ด้วยวิธีนี้เราสามารถสร้างภาพโมเสดพื้นผิวของดวงจันทร์ที่มีสีสันที่แตกต่างกันตามความต่างของแร่ธาตุที่อยู่บนพื้นผิวของดวงจันทร์
  • โดยทั่วไปบนโลกจะพบไทเทเนียมในเนื้อหินโดยจากแร่ธาตุหายากนั้นมีไทเทเนียมเพียง1% แต่บนดวงจันทร์จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมในเนื้อหินชนิดที่พบแร่ไทเทเนียมมีปริมาณมากถึง 1%-10%
  • อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบว่าทำไมบนดวงจันทร์ถึงมี ไทเทเนียม มากมายถึงขนาดนี้
  • ภาพจั่วหัวคือรูปภาพพื้นผิวของดวงจันทร์ที่รวมกันระหว่างภาพถ่ายธรรมดา กับ ภาพถ่ายที่ได้จากคลื่นอัลตร้าไวโอเรด
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2046615/Moon-contains-treasure-trove-valuable-titanium-ores-claim-scientists-analysing-lunar-surface.html

อุปกรณ์ไฮเทค สำหรับคนรักแมว



รับรองว่าคนรักแมวคงจะต้องชอบอุปกรณ์ในภาพนี้แน่นอน หลายคนอาจจะสงสัยว่าก็แค่ก้านขนนกติดอยู่บนฐานกลมๆมันจะเจ๋งอะไร

รายละเอียด

  • บริษัท Idaho ได้สร้างอุปกรณ์ที่จะทำให้เจ้าของน้องเหมียวที่นั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิสหรือกำลังท่องเที่ยวอยู่ที่ใดในโลกก็ได้ ให้สามารถเล่นกับน้องเหมียวที่บ้านได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ท
  • โดยอุปกรณ์นี้มีชื่อว่า iPet ที่ประกอบไปด้วย ขนนกติดก้านควบคุมระยะไกล กล้องรับภาพระดับHD และซอฟแวร์ควบคุมขนนกติดก้าน โดยเจ้าของสามารถ login เข้าระบบเพื่อให้เจ้าของสั่งให้ขนนกติดก้านขยับเคลื่อนไหวเล่นกับน้องเหมียวผ่านเน็ทได้ทุกที่ในโลกที่มี อินเตอร์เน็ท

ต่อไปสามารถเล่นกับน้องแมวผ่านเน็ทได้ทุกที่แล้ว

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2046620/Kitty-peep-Voyeuristic-machine-lets-people-play-REAL-cats-remote-control---Internet.html

ถ้ำที่สวยที่สุดในโลก

ถ้ำหินอ่อนมหาวิหาร เป็นหนึ่งในถ้ำที่บริสุทธิ์ที่สุด ห่างไกลที่สุด และงดงามที่สุดในโลก มันคือประติมากรรมอันงดงามจากธรรมชาิติ

รายละเอียด

  • กระแสน้ำได้กัดแซะ จนภูเขาหินอ่อน เกิดเป็นโครงข่ายถ้ำหินอ่อนอันงดงาม ไม่เหมือนถ้ำแห่งใดในโลก
  • ถ้ำหินอ่อนมหาวิหาร(The marble cathedral) เป็นถ้ำที่ห่างไกลสุดขีด หากคุณต้องการจะไปสัมผัส ธรรมชาิติอันงดงามนี้ คุณจะต้องนั่งเครื่องบินจากเมือง ซันติอาโก(Santiago : เมืองหลวงของประเทศชิลี) ไปทางใต้กว่า 1200 กิโลเมตร ยังเมืองCoyhaique ที่เป็นเมืองที่ใกล้ที่สุดแล้วต่อรถไปตามถนนที่ทุรกันดารไปอีกกว่า 300 กิโลเมตร
  • ถ้ำหินอ่อนมหาวิหาร นี้ตั้งอยู่ในทะเลสาบ General Carrera ในเมืองเพทาโกเนีย(Patagonia)ทะเลสาบแห่งนี้เป็นทะเลสาบน้ำจืด ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ อเมริกาใต้ั น้ำในทะเลสาบนั้นใสสะอาด มีสีฟ้าคราม
  • น้ำสีฟ้าครามในทะเลสาบ นั้นเกิดจาก ตะกอนดินละเอียดที่ละลายมาจากธารน้ำแข็ง ที่ก่อให้เกิดน้ำสีฟ้าครามที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใดในโลก
  • ความงดงามของถ้ำนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา จากแสงที่สะท้อนอาบทั่วทั้งผนังถ้ำ โดยเมื่อระดับน้ำในทะเลสาบมีระดับสูงน้ำจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม และระดับน้ำจะลดลงในฤดูหนาวเนื่องจากไม่มีน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งมาเติมในทะเลสาบ ทำให้น้ำในทะเลสาบเป็นสีฟ้าคราม
  • ขณะนี้แม่น้ำที่หล่อเลี้ยงทะเลสาบแห่งนี้กำลังตกอยู่ในอันตรายเนื่องจาก โครงการสร้างโรงงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ ของ รัฐบาลชิลี
  • ภาพถ่ายชุดนี้เป็นผลงานของ Linde Waidehofer วัย 67 ปี จากรัฐโคโลราโด(Colorado) สหรัฐอเมริกา
คลังภาพ


กระแสน้ำที่กัดเซาะ จนก่อเกิดเป็นประติมากรรมทางธรรมชาิติอันงดงาม


น้ำที่กัดเซาะ ทำให้ภายในน้ำเหมือนดั่งมี เสาหินอ่อนอันงดงาม ค้ำยันไว้ ก็ไม่ปาน


บวกกับ น้ำสีคราม ยิ่งขับให้ถ้ำแห่งนี้ยิ่งดูงดงามแปลกตา

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2021090/The-marble-cathedral-Chile-Natural-wonder-worlds-beautiful-cave-network.html

พบผู้รอดชีวิต หลังติดอยู่ใต้ตึก 134 วัน


ใครจะเชื่อว่าจะมีการค้นพบผู้รอดชีวิต ที่ติดอยู่ในซากปรักหักพัง จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมือง ไครสต์เชิร์ช ประเทศ นิวซีแลนด์ หลังจากติดอยู่นานถึงเกือบ 4 เดือนครึ่ง

รายละเอียด

  • ผู้รอดชีวิตนี้มีชื่อว่า Shaggy และ Daphne เป็น ปลาทองสองตัว
  • เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่งที่พวกมันสามารถรอดชีวิตอยู่ใได้ โดยปราศจาก การให้อาหาร ไม่มีไฟฟ้าสำหรับให้ออกซิเจน และกรองน้ำภายในแท็งค์ ได้ถึง 134 วัน
  • โดยเบื้องหลังของปาฏิหาริย์ คงเกิดจากพวกมันอยู่ในแท็งค์ขนาดใหญ่ความจุ 100 ลิตร ภายในแท็งค์มีพืชน้ำที่พวกมันคงใช้แทะเล็มประทังชีวิต และตะใคร่น้ำตามโขดหิน และกระจกกินกันตาย
  • โดยมีเชื้อแบคทีเรีย เป็นตัวบำบัดน้ำ ในแท็งค์
  • ที่สำคัญ เดิมที่ ในแท็งค์มีปลาทอง 6 ตัว โดยพบผู้รอดชีวิต 2 ตัว อีก 1 นอนอืดลอยบนผิวน้ำ ส่วนอีก 3 หายไปอย่างไร้ร่องรอย(จ๊าก! ปลาทองกินศพเพื่อนๆไปหรือ?)
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2019297/New-Zealand-earthquake-2-goldfish-survive-134-DAYS-food-tank-filter.html#ixzz1TeWpOLKj

สตีฟ จ๊อบส์


หนึ่งในผู้ก่อตั้งอภิมหาอณาจักร Apple Inc. ได้เสียชีวิตลงแล้ววัย 56 ปี วันที่ 5 ตุลาคม 2554 ข้างบนนี้คือคำไว้อาลัยบนหน้าเว็บของ Apple

อ้างอิงแหล่งข่าว

  • http://www.apple.com/stevejobs/
  • http://www.chicagotribune.com/news/nationworld/ktla-apple-steve-jobs-dies,0,7477308.story

คลังบทความ wowboom

เพื่อนๆ wowboom