ปูเยติ ( Yeti Crab )

ปูเยติ

ปูเยติ ( Yeti Crab ) จะมีขนสีขาวปกคลุมบริเวณ ก้าม และขาของปู ซึ่งทำให้มันเหมือนกับตัวเยติ ( Yeti ) แห่งยอดเขาฮิมาลัย ( Himalaya ) ซึ่งเป็นที่มาขอชื่อ " ปูเยติ " ซึ่งทำให้มันไม่เหมือนกับสี่งมีชีวิตอื่นๆ มันถูกค้นพบในทะเลลึก ของมหาสมุทรแปซิฟิก ( South Pacific ) ห่่างไปทางใต้ของเกาะอีสเตอร์ 1500 กิโลเมตร ในน่านน้ำของประเทศชิลี ( Chile )

เยติเยติ ( Yeti )
เยติ (Yeti) หรือ มนุษย์หิมะ (The Abominable Snowman) เป็นมนุษย์วานรในตำนานของชาวภูเขาในเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล คำว่า เยติ เป็นคำที่ชาวเซอร์ปาร์ผู้ที่อาศัยอยู่บนภูเขาสูงใช้เรียกมนุษย์วานรนี้

เยติ มีประวัติอันยาวนานมากที่สุดในบรรดาเรื่องราวของมนุษย์วานรทั้งหมดของชาว ภูเขา คนที่เคยเห็นมันเป็นบุคคลที่เชื่อถือได้ มูลของมันถูกนำมาวิเคราะห์ รอยเท้าถูกบันทึกภาพไว้และ ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง เยติเริ่มเป็นที่รู้จักโดยบุคคลภายนอกจากนักบุกเบิก ในปลายยุค 1950 และ 1960

การค้นพบนี้เกิดขึ้นขณะที่กำลังทำการสำรวจโดยใช้เรือดำน้ำ ( submersible vehicles ) ที่ความลึกกว่า 1250 กิโลเมตร ขณะนั้นกับพบว่ามีอะไรบางอย่างเกาะอยู่บริเวณใกล้รอยแยกที่พื้ีนทะเล ที่มีน้ำแร่ร้อน เรียกว่า " hydrothermal vents " มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยพบมาก่อน และจากรูปลักษณ์ที่มีขนสีขาวปกคลุม คล้ายกับตัว เยติ ทำให้มันได้รับชื่อว่า ปูเยติ และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า " Kiwa hirsuta "

น้ำพุร้อนใต้ทะเล
รูป hydrothermal vents

การเกิดน้ำพุร้อนใต้ทะเลแผนภาพการเกิด hydrothermal vents
  1. น้ำทะเล (เย็น) ไหลลงไปตามรอยแยก
  2. เมื่อถึงบริเวณนี้ ออกซิเจน ( Oxygen ) และ โปตัสเซียม ( Potassium ) จะแยกตัวออกจากน้ำทะเล
  3. เมื่อดถึงบริเวณนี้ Calcium Sulfate และ magnesium จะแยกตัวออกจากน้ำ
  4. ถึงบริเวณนี้ Calcium Sodium Potassium จากบริเวณรอบ จะซึมเข้ามาผสมกับน้ำ
  5. น้ำจะถูกเพิ่มอุณหภูมิขึ้นเรื่อยๆ และ แร่ธาตุต่างๆ จากเปลื่อกโลกจะละลายปนเพิ่มเติมเช่น เหล็ก ทองแดง สังกะสี ซัลฟอร์
  6. เมื่อน้ำแร่อุณหภูมิสูงขึ้น ความดันจะลดลงก็จะถูกดันขึ้นมาตามรอยแยก
  7. เมื่อน้ำแร่ร้อนที่มี แร่โลหะ และ ซัลฟอร์ จะทำปฎิกริยากับ ออกซิเจนในน้ำเย็น เกิดเิ็ป็น Metal Sulfide สีเข้ม

หลังจากการค้นพบหนึ่งปีนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษา ปูเยติ ต่างลงความเห็นว่ายังมี "มีอีกหลายอย่างเกี่ยวกับ ปูเยติ ที่พวกเรายังไม่เข้าใจมัน" และหนึ่งในปริศนานั้นก็คือ
  • ขนจำนวนมากที่ปกคลุม ก้าม และขา ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางคนบอกว่า บนเส้นขนเป็นกับดักแบตเทอร์เลีย ที่ปูเยติใช้หาอาหาร แต่มีบางคนแย้งว่าเชื้อเหล่านั้นมีหน้าที่เป็นตัวกรองแร่ธาตุึที่มีพิษ ที่พ่นออกมาจากช่องใต้ทะเล
  • การที่ปูเยติ ยื่นก้ามเข้าไปในน้ำแร่ร้อนที่พ่นออกตามรอบแยกของพื้นทะเลเพื่ออะไร
ปูเยติ
รูปขยาย ขนบนก้าม ที่ยังเป็นเป็นปริศนา ถึวหน้าที่และการใช้งานของ ปูเยติ

ข้อมูลอ้างอิง ปูเยติ ( Yeti Crab)

http://th.wikipedia.org/wiki/เยติ
http://www.whoi.edu/oceanus/viewVideoGallery.do?gallery=true&clid=2418
http://news.nationalgeographic.com/news/2006/03/0309_060309_yeti_crab.html
http://www.whoi.edu/page.do?pid=8422&tid=441&cid=23531&ct=61&article=12327

จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl )


จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl ) มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นว่า " ACK-suh-LAH-tuhl " หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า ซาราแมนเดอร์ ( salamander ) ตามรูปที่เห็นนี้ จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน อยู่ในช่วงตัวอ่อน ซึ่งลักษณะเด่นของช่วงตัวอ่อนคือ ครีบระยางรอบคอ ที่ทำหน้าที่เป็นเหงือภายนอก สำหรับดูดออกซิเจนในน้ำของปลา
แห่งที่พบคือแหล่งน้ำที่ชื่อว่า Xochimilco ใกล้กับเมือง เม็กซิโกซิตี้ ( Mexico City ) จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl ) แตกต่างจาก ซาราแมนเดอร์ ( salamander ) อื่นๆ คือมันจะอาศัยอยู่ในน้ำตลอดชีวิต ซึ่งพบได้น้อยมากสำหรับ ซาราแมนเดอร์ ( salamander )

ขนาดของ จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl ) เมื่อเทียบกับถ้วยกาแฟ

จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl ) เมื่อโตเต็มที่สามารถมีความยาวถึง 30 เซ็นติเมตร แต่ทั่วไปจะมีขนาดประมาณ 15 เซ็นติเมตร และมีสีดำ และจุดสีน้ำตาล แต่ก็มีพวกสีเผือก จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl ) เมื่ออยู่ตามธรรมชาติมีอายุประมาณ 15 ปี พวกมันกิน พวกหอย หนอน ตัวอ่อนแมลง ลูกปลาซึ่งในสมัยก่อนจิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl ) ถือว่าเป็นผู้ล่าอันดับต้นๆของห่วงโซ่อาหารในแหล่งน้ำทีเดียว แต่ปัจจุบันพวกมันถูกลุกลานจากปลาใหญ่ที่คนนำมาปล่อย หรือเพาะเลี้ยง และนกนักล่าจำพวกนกกระสา ( Heron )

ถิ่นที่อยู่อาศัย Xochimilco ใกล้กับเมือง เม็กซิโกซิตี้ ( Mexico City ) ประเทศ Mexico

เนื่องจากพวกมันเป็นที่นิยมทั้งในเม็กซิโกเอง และเป็นที่ต้องการของตลาดซื้อขายสัตว์น้ำทำให้มันถูกล่า และเป็นที่น่ากังวลว่าพวกมันอาดจะสูญพันธ์จากแหล่งน้ำในธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง


ฟอสซิล ซาลาแมนเดอร์
ฟอสซิล ซาลาแมนเดอร์
นักโบราณคดีนำฟอสซิล Gerobatrachus hottoni หรือ "ฟร็อกกาแมนเดอร์" ที่มีอายุถึง 290 ล้านปีมาศึกษา พร้อมสันนิษฐานว่า อาจเป็นบรรพบุรุษของกบและซาลาแมนเดอร์
นายเจสัน แอนเดอร์สัน ( Jason Anderson ) จากมหาวิทยาลัยแคล แกรี่ ( University of Calgary )ประเทศแคนาดา ( Canada ) กล่าวว่า กบ ( Frog ) ซาลาแมนเดอร์ ( salamander ) และเขียดงู ( Ichthyophiidae ) ที่มีลักษณะคล้ายงู เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ไม่มีขา และที่สำคัญคือมีลำตัวเป็นป้อง มีพัฒนาการที่หายไป ซึ่งฟอสซิล Gerobatrachus hottoni อาจอุดช่องโหว่สำคัญดังกล่าว เป็นขั้นก่อนที่กบและซาลาแมนเดอร์จะพัฒนาอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน
<<อ่านข้อมูลเพิ่มเติม>>

ข้อเท็จจริงไม่น่าเชื่อ จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl )

  • เป็นสัตว์ที่สามารถงอกอวัยวะที่ขาดได้ใหม่ไม่ว่าจะเป็น หาง หรือแม้แต่ แขน ขา หรืออวัยวะภายใน เช่นหัวใจ ปอด เป็นต้น จึ่งทำให้ัมันเป็นเป็นสัตว์ที่มีนักวิทยศาสตร์กำลังศึกษมมากที่สุดชนิดหนึ่ง
  • คำว่าเทพเจ้าของแอ็สเท็ค ( Aztec god ) พระนามว่า Xolotl
  • จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl ) ขับของเสียออกมาแต่ไม่ใช่ปัสสวะ แต่เป็นน้ำที่ผ่านเหงือ
  • จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl ) ไม่มีเปลือกตา

ภาพ เมื่อตัดขาจิ้งจกน้ำเม็กซิกัน บริเวณใต้ข้อศอก มันจะงอกใหม่เรื่อยๆ จนเป็นรูป D จนงอกใหม่สมบูรณ์เป็นรูป E ทีนี้ตัดใหม่เหนือข้อศอก มันก็เริ่มงอกใหม่อีก

ข้อมูลหากท่านต้องการเลี้ยง จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl )

  • อุณหภูมิน้ำ : 14 -20 องศาเซ็นเซียส
  • ความยาก ง่ายในการเลี้ยง : ระดับกลาง
  • ความดุ ร้ายกร้าวร้าว : ดุร้าย ไม่สามารถเลี้ยงรวมกับสัตว์ที่ตัวเล็กกว่า (ตามรูปกำลังกินปลาทอง)
  • แสงสว่าง : ไม่ต้องการ
  • ขนาดถังเลี้ยง : เล็กสุดขนาด 15 Gallons
  • อาหาร : เนื้อหัวใจวัว , ตับ , เนื้อสัตว์อื่นๆ , หนอน , ปลาเล็ก ( มันจะไม่กินอาหารที่ไม่ขยับ ต้องเอาไปแขว่งไกล้ๆปากไปมา )
  • ระบบ Filtration System : ไม่ต้องการ แต่ถ้ามีก็ดี เนื่องจากพวกมันขับถ่ายของเสียออกมาทำให้ระบบแอมโมเนียในน้ำสูงขึ้นหากไม่มีก็ต้องเปลี่ยนน้ำทุกวัน
คลัง ภาพจิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl )




เห็นหน้าตาน่ารัก ยิ้มอย่างนี้แต่เป็นสัตว์กินเนื้อ และดุร้ายกับสัตว์ที่ตัวเล็กจะกินเป็นอาหารทันที

ข้อมูลอ้างอิง จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน ( Mexican Axolotl )

http://www.petfish.net/articles/Amphibians/Axolotl.php
http://animals.nationalgeographic.com/animals/amphibians/axolotl.html
http://bioweb.uwlax.edu/bio203/s2008/osuldsen_brit/

ลวดลาย ของ สัตว์ ( Patterns in Nature: Animals )


รูป เกล็ดงู Boa (เป็นงูไม่มีพิษ ใช้การรัดเหยื่อจนขาดอากาศตาย) โดยเกล็ดเหล่านี้สามารถตรวจจับความร้อน เพื่อนำงูไปหาเหยื่อ


รูป ตุ่มรับรู้ความรู้สึก ( sensory glands ) ด้านข้างของปลา Arctic char ซึ่งปุ่มเหล่านี้ใช้สำหรับนำทางพวกปลากับไปยังแหล่งผสมพันธ์ และวางไข่ ณ แหล่งกำเนิด


รูปขนนก


รูป หนังช้างอัฟริกา ( African Elephant ) ซึ่งหนังอาจจะมีความหนาได้ถึง 1 นิ้ว ( 2.54 เซ็นติเมตร )


รูป จุดบนตัวยีราฟ ( Giraffe ) ซึ่งแต่ละจุดจะมีิเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน


รูป ขนของเสือจากัวร์ ( jaguar ) ซึ่งจะมีเอกลักษณ์ตรงที่จะมีวงขาดล้อมรอบ จุด


รูป ปีกผีเสื้อกลางคืน ( moth ) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า Danum Valley Conservation Area เืมือง Sabah ประเทศ มาเลเซีย ( Malaysia )


รูป ปลาปักเป้าแผนที่ ( map puffer fish ) ซึ่งลวดลายนี้ทำให้มันคล้ายปะการัง ปลาปักเป้าแผนที่ พบได้ที่บริเวณหมู่เกาะ Tukangbesi Islands , ประเทศอินโดนิเซีย ( Indonesia )


รูป ขนเสือซีต้า ขณะเปียกน้ำ


รูป ลายทางขาว สลับดำ ของม้าลาย

อ้างอิง 10 ลวดลายของสัตว์ ( Patterns in Animals )

ปลาหัวใส ( barreleye fish )

ปลาหัวใส

ด้วยหัวปลาพันธ์นี้ที่คล้ายกับ ส่วนช่องคนขับเครื่องบินรบ ( fighter-plane cockpit ) ปลาบาร์เริลอายแปซิฟิก (Pacific barreleye fish) หรือ (Macropinna microstoma)เป็น ปลาน้ำลึก ที่ถูกค้นพบอาศัยอยู่ในน้ำลึกมากกว่า 2000 ฟุต ( 600 เมตร ) บริเวณเขตน่านน้ำ แคริฟอร์เนียกลาง ( California's central coast ) โดย Monterey Bay Aquarium Research Institute (MBARI) ซึ่งมันเป็นการค้นพบสายพันธ์ใหม่ของปลาที่มี หัวเป็นโดมโปร่งใส
ปลาบาร์เริลอายแปซิฟิก (Pacific barreleye) มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 6 นิ้ว ( 15 เซ็นติเมตร ) บริเวณส่วนหน้าที่เห็น 2 จุดเล็กนั้นไม่ใช่ ตาแต่เป็น อวัยวะรับกลิ่น และที่เห็นเป็นโดมสีเขียวนั้นคือตัวกรองแสงอาทิตย์จากด้านบน และมีดวงตาเป็นจุดเล็กๆ ลางๆ เหนือรูรับกลิ่น ปลาบาร์เริลอายเป็นที่รู้จักแล้วมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1939 แต่สถาพในการค้นพบครั้งแรก ปลาได้เสียชีวิต และมีสภาพเสียหายอย่างมากจากการถูกจับได้ด้วยการลากอวน แต่รูปที่ได้เห็นชุดนี้ได้รับการบันทึกได้ในขณะมีชีวิต และมีสภาพสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552
จากการศึกษาจากเครื่องมือระยะไกล และจับมาศึกษา นายคิม ( Kim Reisenbichler ) กล่าวว่า พบว่าดวงตาของปลาบาร์เริลอายแปซิฟิก นั้นสามารถโฟกัส จับภาพเหยือได้เหมือนนกนักล่าทีเดียว

barreleye fish
จากรูป จะเห็นว่าลำตัวนั้นไม่โปร่งแสง และมีสีเทา จะมีเฉพาะส่วนหัวด้านบนที่โปร่งแสง และมีดวงตาเป็นสีน้ำตาลอ่อนอยู่ติดก้อนสีเขียว บริเวณด้านหน้า เข้าไปในศรีษะ ส่วนจุดสองจุดเหนือปากเป็น อวัยะรับกลิ่น

barreleye fish
รูปหน้าตรง ของปลาบาร์เริลอาย

คลิปวีดีโอ ปลาหัวใส ( Clip VDO barreleye fish )

อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า ใกล้ BTS อ่อนนุช



ห้องเฟอร์ + แอร์
ไตรพรเพลส อ่อนนุช 31/2

รายละเอียด สนใจติดต่อ คุณแดง 089-140-9948 , 089-699-5200
  • ห้องธรรมดา 2,500 บาท
  • ที่ อยู่ ถ.สุขุมวิท 77 ซ.อ่อนนุช31/2 สวนหลวง สวนหลวง กรุงเทพ 10250 (ตรงข้ามโรงเรียน อโศกวิท)
  • ห้องเฟอร์นิเจอร์ 2,900 บาท
  • ห้องแอร์+เฟอร์นิเจอร์ 3,200 บาท
  • ค่าน้ำ 18 บาท / หน่วย
  • ค่าไฟฟ้า 7 บาท / หน่วย
  • Wireless Internet 250 บาท ( ไม่บังคับใช้)
  • ฟรี TV Cable 60 ช่อง
  • มีที่จอดรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์
<< อ่านข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี้ >>

ทัชมาฮาล ( Taj Mahal )



ทัชมาฮาล ( Taj Mahal ) เมืองอาครา ( Agra ) ประเทศอินเดีย ( India ) จัดเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ( 7 wonders of the world ) ทัชมาฮาลสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิชาห์ ชหาน ( Mughal Emperor Shah Jahan )เพื่อใช้เป็นที่ฝังศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ( Mumtaz Mahal ) มเหสีที่พระองค์ทรงรักมากที่สุดซึ่งเสียชีวิตขณะมีอายุได้เพียง 39 ชันษาหลังจากที่ให้กำเนิดบุตรคนที่ 14 ทัชมาฮาลสร้างขึ้นระหว่างคริสต์ศักราช 1631-1648 สร้างโดยใช้หินอ่อนสีขาวทั้งหลัง รวมทั้งใช้วัสดุในการตกแต่งชั้นเลิศจากทั่วเอเชียซึ่งขนส่งโดยใช้ช้างกว่า 1,000 ตัว ทัชมาฮาลได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปะแบบมุสลิมที่สวยงามสมบูรณ์แบบมากที่สุด ในอินเดีย นอกจากนี้ ทัชมาฮาลยังเป็นสถานที่ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากที่สุดของอินเดีย มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมทัชมาฮาลราวปีละเกือบ 3 ล้านคน


จักรพรรดิชาห์ ชหาน
จักรพรรดิชาห์ ชหาน
พระราชสมภพในปี พ.ศ. 2135 (ค.ศ. 1592) พระบิดา คือ จักรพรรดิ ชาห์ ชหานชีร์ จักรพรรดิองค์ที่สี่แห่งราชวงศ์โมกุล แห่งอินเดีย ทรงอภิเษกมุมตัซ มาฮาล ธิดาของรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2155 (ค.ศ. 1612) ในปี พ.ศ. 2200 (ค.ศ. 1657) จักรพรรดิชาห์ ชหานทรงพระประชวร และในปี พ.ศ. 2201 (ค.ศ. 1658) พระโอรส โอรังเซบ จับพระองค์ และขึ้นครองราชบัลลังก์เเทน พระองค์ถูกกักขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี พ.ศ. 2209 (ค.ศ. 1666) ตามตำนานกล่าวว่าให้วันสุดท้ายของชีวิตพระองค์ใช้เวลาทั้งวันในการจ้องมอง เศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาล และสิ้นพระชนม์ด้วยเศษกระจกในกำมือ พระองค์ถูกฝังในทัชมาฮาล เคียงข้างมเหสีซึ่งพระองค์รักไม่เคยลืม

ตำนานรัก ทัชมาฮาล

ตามตำนานกล่าวว่า เจ้าชายขุร์รัม ( ซึ่งต่อมาคือ จักรพรรดิชาห์ ชหาน ) ได้พบกับ อรชุมันท์ พานุ เพคุม ธิดาของรัฐมนตรี เมื่อพระองค์ มีพระชนมายุ 14 พรรษา พระองค์ทรงหลงใหลและหลงรักนาง เจ้าชายขุร์รัมจึงซื้อเพชรด้วยเงิน 10,000 รูปีและบอกแก่พระบิดาของพระองค์ว่าพระองค์มีความประสงค์ที่จะแต่งงานกับบุตร สาวของรัฐมนตรี พิธีอภิเษกถูกจัดขึ้นหลังจากนั้น 5 ปี ในปี พ.ศ. 2155 (ค.ศ. 1612) จากนั้นมาทั้งสองก็มิเคยอยู่ห่างกันอีกเลย

รูปพระนางมุมตัซ มาฮาล

หลังจากที่พระเจ้าชาห์ ชหาน ขึ้นครองราชบัลลังก์ในปี พ.ศ. 2171 พระองค์มอบความไว้วางใจแก่ อรชุมันท์ พานุ เพคุม และเรียกนางว่า มุมตัซ มาฮาล "อัญมณีแห่งราชวัง" พระมเหสีติดตามพระองค์ แม้แต่ในสนามรบ แนะนำพระองค์ในเรื่องราชการของประเทศ และพระองค์ซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระมเหสียิ่งนัก ครั้นในปี พ.ศ. 2174 (ค.ศ. 1631) พระมเหสีมุมตัซสิ้นพระชนม์ หลังจากให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 การสิ้นพระชนม์ของพระมเหสีทำให้พระเจ้าชาห์ ชหานโศกเศร้าอยู่ถึงสองทศวรรษ ราชสมบัติส่วนใหญ่สูญเสียไปเพื่อการสร้างอนุสรณ์แห่งความรักของทั้งสองพระองค์.

สถาปัตยกรรม ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาลตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและ เครื่องประดับจากมิตรประเทศ ทาง เข้าด้านหน้าของอาคารตรงกลางเป็นหลังคาโค้งขนาดใหญ่ขนาบด้วยหลังคาโค้งขนาด เล็กทั้งสองด้านและเป็นสองชั้น ตรงมุมระเบียงทั้งสองด้านก็เสริมด้วยโค้งขนาดเล็กลงไปอีกและเป็นสองชั้นเช่น เดียวกัน การออกแบบเน้นความสมมาตรทั่วทุกด้านของอาคาร ตัวอาคารล้อมรอบด้วยหออะซานทั้ง 4 ด้าน แต่ละหอมีความสูง 162.5 ฟุต ภายในอาคารหินอ่อน ห้องโถงกลางที่ใหญ่ที่สุดใต้โดมยักษ์เป็นแท่นวางพระศพที่ทำด้วยหินอ่อนของ มุมตัสและชาห์จาฮานที่วางไว้เคียงกัน แต่พระศพจริงๆ หาได้บรรจุอยู่ในหีบศพนั้นไม่ หากฝังอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินตรงกับที่วางหีบศพได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด ทัชมาฮาล กว้างยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร มีผู้สร้างและออกแบบร่วม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี ทัชมาฮาลมีเนื้อที่ประมาณ 42 เอเคอร์ เป็นที่ตั้งของมัสยิด มีหออาซาน (หอสูงสำหรับร้องเเจ้งเวลาทำนมาซ) และมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ นายช่างที่ออกแบบ ชื่อ อุสตาด ไอซา ถูกประหารชีวิตเพื่อมิให้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมใด ๆ ที่สวยกว่าได้ ส่วนหัวของทัชมาฮาลมีลักษณะโดมที่เรียกว่าโอเนียนโดม


รูปซ้าย ซุ้มทางเข้าด้านหน้าก่อนถึงทัชมาฮาล รูปขวา เป็นหออะซานทั้ง 4 ด้าน แต่ละหอมีความสูง 162.5 ฟุต


รูปซ้าย เป็นสุเหร่า ขนาบทัชมาฮาล ด้านทิศตะวันออก และตก รูปขวา กำแพง และป้อมรอบกำแพง มี 6 จุด

ตำแหน่ง ทัชมาฮาล จากกูลเกิ้ลเม็พ ( Google Map )



รูปซ้าย แท่นฝังพระศพของ จักรพรรดิชาห์ ชหาน และพระมเหสีมุมตัซ มาฮาล โลงเปล่า
รูปขวา ภาพตัดทัชมาฮาล พระศพจะถูกฝังไว้ในห้องใต้ดิน ใต้โลงศพอีกทีหนึ่ง


รูปซ้าย แบบ Layout ทัชมาฮาล
รูปขวา ภาพภ่ายมุมสูง ทัชมาฮาล


รูปซ้าย รูปใกล้จะเห็นถึงความยิ่งใหญ่ อลังการ
รูปขวา เป็นลายเส้นอักษรจารึกโองการจากอัล-กุรอาน

อ้างอิง ทัชมาฮาล
http://en.wikipedia.org/wiki/Taj_Mahal
http://th.wikipedia.org/wiki/ทัชมาฮาล
http://www.panoramas.dk/7-wonders/index.html เว็บนี้แนะนำมีภาพทัชมาฮาล แบบ 360 องศาให้ดู
http://www.musliminventionsthailand.com/main/printable.php?tpv=162
http://www.yenta4.com/webboard/viewtopic.php?cate_id=64&post_id=1103582

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ( 7 wonders of the world )



ชมภาพใหญ่ 7 สิ่งมหัสจรรย์ จาก Google Map คลิกที่นี้ ( View Larger Map )
.
รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ( Christ the Redeemer )
รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ตั้งอยู่บนยอดเขากอร์โกวาดู ( Corcovado Mountain ) ในนครรีโอเดจาเนโร ( Rio de Janeiro ) ประเทศบราซิล ( Brazil ) ได้รับการลงคะแนนเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคใหม่ และถือเป็นสัญญาลักษณ์ของนครรีโอเดจาเนโร และที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวคริสต์ในประเทศ บราซิลทั้งหมด ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมือง
<<อ่่านข้อมูลเพิ่มเติม รูปปั้นพระเยซูคริสต์ คลิกที่นี้>>

โคลอสเซียม ( Roman Colosseum )
โคลอสเซียม
หรือ บางครั้งอาจเรียกว่า โคลิเซียม เป็นสนามกีฬากลางแจ้ง ขนาดใหญ่ รูปไข่ ตั้งอยู่ใจกลาง กรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นสิ่งก่อสร้างขนาด ใหญ่ที่สุด เป็นสุดยอดสถาปัตยกรรม เป็นสุดยอดทางวิศวกรรม แห่งยุคโรมันที่มีการก่อสร้างขึ้น จึงทำให้ สนามกีฬาโรมัน โคลอสเซียม ลานประลองเลือดแห่งยุค ต้นกำเนิดตำนาน แกลดิเอเตอร์ ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 7 สิ่งมัหัศจรรย์ของโลก ยุคใหม่
<<อ่่านข้อมูลเพิ่มเติม โคลอสเซียม คลิกที่นี้>>

มหาพีระมิด แห่ง กิซ่า ( Great Pyramid of Giza )
มหาพีระมิด แห่ง กิซ่า หรือที่เรียกว่า พีระมิดคูฟู ( Pyramid of Khufu ) เป็นพีระมิดที่เก่าที่สุด และใหญ่ที่สุดใน สามพีระมิด ในบริเวณ มหาสุสานกิซ่า ( Giza Necropolis ) อยู่ทางตะวันตกของ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อสร้างด้วยหินปูนมากว่า 2.5 ล้านก้อน โดยแต่ละก้อนมีน้ำหนัก 2 ถึง 70 ตัน และด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้ พีระมิดกิซ่า เป็นเพียงหนึ่งเดียว ของ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ( 7 wonders of the world ) ยุคโบราณ ที่ยังตั้งตะง่านอยู่ถึงปัจจุบันที่ยากจะหา สิ่งก่อสร้างอื่นใดมาเทียบเคียงได้
<<อ่านข้อมูล มหาพีระมิด แห่ง กิซ่า เพิ่มเติม คลิกที่นี้ >>
.
กำแพงเมืองจีน ( Great Wall of China )
กำแพงเมืองจีน (จีนตัวเต็ม: 長城; จีนตัวย่อ: 长城; พินอิน: Chángchéng ฉางเฉิง) เป็นกำแพงที่มีป้อมคั่นเป็นช่วง ๆ ของจีนสมัยโบราณ สร้างในสมัย พระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นครั้งแรก กำแพงส่วนใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกมองโกล และพวกเติร์ก ผู้ริ่มก่อสร้างกำแพงเมืองจีน คือ ฉินซีฮ่องเต้เมื่อ พ.ศ. 297 หลังจากนั้นยังมีการสร้างกำแพงต่ออีกหลายครั้งด้วยกัน แต่ภายหลังก็มีเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียสามารถบุกฝ่ากำแพงเมือง จีนได้สำเร็จ
<<อ่านข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่นี้>>

ทัชมาฮาล ( Taj Mahal )
ทัชมาฮาล ( Taj Mahal ) เมืองอาครา ( Agra ) ประเทศอินเดีย ( India ) จัดเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ( 7 wonders of the world ) ทัชมาฮาลสร้าง ขึ้นโดยจักรพรรดิชาห์ ชหาน ( Mughal Emperor Shah Jahan )เพื่อใช้เป็นที่ฝังศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ( Mumtaz Mahal ) มเหสีที่พระองค์ทรงรักมากที่สุดซึ่งเสียชีวิตขณะมีอายุได้เพียง 39 ชันษาหลังจากที่ให้กำเนิดบุตรคนที่ 14 ทัชมาฮาลสร้าง ขึ้นระหว่างคริสต์ศักราช 1631-1648 สร้างโดยใช้หินอ่อนสีขาวทั้งหลัง รวมทั้งใช้วัสดุในการตกแต่งชั้นเลิศจากทั่วเอเชียซึ่งขนส่งโดยใช้ช้างกว่า 1,000 ตัว ทัชมาฮาลได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปะแบบมุสลิมที่สวยงามสมบูรณ์แบบมากที่สุด ในอินเดีย
<<อ่านข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่นี้>>

กำแพงเมืองจีน ( Great Wall of China )

กำแพงเมืองจีน

กำแพงเมืองจีน ถือเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ( 7 wonders of the world ) (จีนตัวเต็ม: 長城; จีนตัวย่อ: 长城; พินอิน: Chángchéng ฉางเฉิง) เป็นกำแพงที่มีป้อมคั่นเป็นช่วง ๆ ของจีนสมัยโบราณ สร้างในสมัย พระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นครั้งแรก กำแพงส่วนใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกมองโกล และพวกเติร์ก หลังจากนั้นยังมีการสร้างกำแพงต่ออีกหลายครั้งด้วยกัน แต่ภายหลังก็มีเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียสามารถบุกฝ่ากำแพงเมือง จีนได้สำเร็จ

จิ๋นซีฮ่องเต้
จิ๋นซีฮ่องเต้
จิ๋นซีฮ่องเต้
จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ ฉินซีฮ่องเต้ (ภาษาจีน:秦始皇, พินอิน: Qín Shǐ Huáng ฉินสื่อหวง) มีพระนามเดิมว่า เจิ้ง (政) สันนิษฐานว่าประสูติเมื่อ พฤศจิกายน/ธันวาคม พ.ศ. 284 (260 ปีก่อนคริสตกาล) และสวรรคตเมื่อ กันยายน พ.ศ. 334 (210 ปีก่อนคริสตกาล) ทรงเป็นกษัตริย์แห่งแคว้นฉิน (秦王) ตั้งแต่ พ.ศ. 297 (247 ปีก่อนคริสตกาล) ถึง พ.ศ. 323 (221 ปีก่อนคริสตกาล จากการรวมประเทศในสมัยราชวงศ์นี้ ทำให้กลายมาเป็นคำเรียกว่าจีนในภาษาไทย และ china ในภาษาอังกฤษ (มาจากคำว่า chin หรือ qin)
แคว้นฉินเป็นแคว้นหนึ่งในหก แคว้นใหญ่ในประเทศจีน โดยแต่ละแคว้นมีเจ้าผู้ครองแคว้นของตนเอง ต่อมา ฉินอ๋อง (จิ๋นซีฮ่องเต้) และเสนาบดีของพระองค์ นาม หลี่ซือ ได้ยกกองทัพไปตีแคว้นต่างๆ ได้ทรงรวบรวมแคว้นต่างๆ เข้ามาเป็นปึกแผ่น เป็นจักรวรรดิจีน และทรงดำรงตำแหน่งจักรพรรดิหรือฮ่องเต้ -หวงตี้องค์แรกของจักรวรรดิจีนตั้งแต่ พ.ศ. 323 และมีการก่อสร้างกำแพงเมืองจีน เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางเหนือ คือพวกมองโกล และชาวเตริกร์


ลักษณะ กำแพงเมืองจีน

กำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นโดยใช้อะไรเป็นส่วนประกอบ ก่อนที่จะมีการใช้อิฐในการก่อสร้าง กำแพงเมืองจีนถูกสร้างขึ้น โดยใช้หิน ดิน และไม้ บางครั้งมีการแพ็คดินไว้ระหว่างไม้แผ่นใหญ่ และมัดไว้ด้วยกันโดยเสื่อทอ บริเวณใกล้กรุงปักกิ่ง กำแพงเมืองจีนถูกสร้างโดยใช้หินอ่อน ในบางสถานที่กำแพงถูกสร้างโดยใช้หินแกรนิต บางแห่งก็ใช้ดินเผา ทางตะวันตกของจีน กำแพงถูกสร้างโดยใช้โคลน ทำให้ชำรุดได้ง่ายกว่า กำแพงเมืองจีนที่เราเห็นกันทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ถูกสร้างในราชวงศ์หมิง โดยใช้วัตถุที่ทนทานกว่าเช่นหิน
  • มีขนาดกว้างตั้งแต่ 4.5 เมตร ถึง 7.5 เมตร(10 ฟุต) ซึ่งทหารม้าเข้าแถวเรียง 8 ได้อย่างสบาย ๆ
  • เริ่มสร้างระหว่างปี พ.ศ. 300-329 (243-252ปีก่อนคริสตกาล) ในสมัยพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้ ใช้เวลาสร้างประมาณ 10 ปี และมีการสร้างต่อเติมอีกหลายกครั้ง
  • มีความสูง จากพื้นด้านล่างตั้งแต่ 8 เมตร ถึง 9 เมตร(20-30 ฟุต หนา15-25 ฟุต)
  • ความยาวยังไม่ทราบตัวเลขที่แน่นอน แต่มีความยาวโดยประมาณ 6350 กิโลเมตร
  • บนกำแพงทุก ๆ ระยะ 270 เมตร ถึง 450 เมตร จะมีหอหรือป้อม สำหรับตรวจเหตุการณ์ มีป้อมมากกว่า 15,000 แห่ง สร้างสูงขึ้นไปอีก 3 เมตร ถึง 6 เมตร และมีระฆังแขวน เพื่อตีบอกสัญญาณเกิดเหตุ ไว้ประจำทุกหอ รวมทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่า 20,000 หอ
  • หินที่ใช้ในการก่อสร้าง ก้อนเล็กอาจมีน้ำหนักหลายสิบชั่ง ก้อนใหญ่อาจมีน้ำหนักหลายพันชั่ง ( 1 ชั่ง = ครึ่งกิโลกรัม โดยประมาณ )
กำแพงเมืองจีน
รูป แนวกำแพงเมืองจีน โดยจะมีแถบด้านล่างเป็น Time Scale ระบุว่าแนว กำแพงเมืองจีน แต่ละแนวสร้างในยุคใด สมัยใด โดยใครสร้าง

กูลเกิ้ลเม็พ ( Google Map ) กำแพงเมืองจีน



View Larger Map
ท่านสามารถ เลื่อนซ้าย ขวา ขึ้น ลง โซมเข้าออกได้จากรูปโดยตรงโดยการเลื่อนเม้าส์

ข้อเท็จจริงเกี่ยว กำแพงเมืองจีน

  • ได้มีการบูรณะกำแพงเมืองจีนในส่วนของเมือง ปาต๋าหลิ่ง ( ใกล้กรุงปักกิ่ง ) ใช้คนหลายพันคนซ่อมสร้างเมื่อหลายสิบที่ผ่านมา ในเวลา 1 ปี ได้ระยะเพียง 200 เมตร โดยมีเครื่องมือ เครื่องจักรช่วยยก ขนส่ง
  • มีความเชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สามารถมองเห็น เมื่อมองจากดวงจันทร์ แต่ไม่ิเป็นความจริง และไม่มีสิ่งก่อสร้างใดที่มนุษย์สร้างที่สามารถมองเห็นจากดวงจันทร์
คลังรูป กำแพงเมืองจีน


กำแพงเมืองจีน
ภาพตัดกำแพงเมืองจีน แกนกลางเป็นดิน หุ้มด้วยหิน ภาพจากหนังสือ “Amazing Achievements : a celebration of human ingenuity” by Nigel Hawkes.

Great Wall of China กำแพงเมืองจีน
รูป กำแพงเมืองจีน ที่ทอดตัวตามแนวสันเขาสุดลูกหู ลูกตา

Great Wall of China Great Wall of China
จากรูป จะสังเกตุเห็นว่า ตลอดแนวกำแพงเมืองจีนจะมีการสร้าง ป้อม หอสังเกตุการเป็นช่วงๆ

คลิปวีดีโอ ( Clip VDO ) กำแพงเมืองจีน


video
คลิปวีดีโอ ( Clip VDO ) เดวิส คร็อปเปอร์ฟิว แสดงมายากล เดินทะลุกำแพงเมืองจีน


video
คลิปวีดีโอ ( Clip VDO ) แฉทริกเดวิส คร็อปเปอร์ฟิว แสดงมายากล เดินทะลุกำแพงเมืองจีน

คลังบทความ wowboom

เพื่อนๆ wowboom