สร้างไวโอลิน แพงที่สุดในโลกขึ้นมาใหม่



เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา(2011) ไวโอลิน Stradivarius ถูกประมูลไปด้วยราคา 15.9 ล้านเหรียญสหรัฐ(ประมาณ 477 ล้านบาท) ไวโอลินจากศตวรรษที่ 17 ของ Stradivarius ได้รับการกล่าวขานว่ามีเสียงดีที่สุดในโลก และทำให้มันมีราคาแพงที่สุดในโลกเช่นกัน แต่ อีกไม่นานนักไวโอลินทั้งหลายอาจจะได้สีไวโอลิน(เลียนแบบ)ของ Stradivarius ในราคาที่ประหยัด
  • คาดว่าในปัจจุบันมีไวโอลิน Stradivarius อยู่เพียง 620 อันเท่านั้น
  • ทีมจาก the Radiological Society of North America ใช้เวลา 2 ปี ในการใช้เครื่อง CT สแกน ไวโอลินต้นแบบของ Stradivarius ที่เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ห้องสมุดรัฐสภาสหรัฐ(US Library of Congress) โดยใช้ภาพสแกนกว่า 1000 ภาพสร้างเป็นภาพสามมิติแล้วใช้เครื่องแกะที่เรียกว่า CNC ที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ทำการสร้างไวโอลินเลียนแบบขึ้นมาให้ มนุษย์ธรรมดาๆสามารถเอื้อมถึงสุดยอดไวโอลินอันนี้
  • โดยทีมงานมีเป้าหมายอยู่ 2 สิ่งในการทำงานคือ หนึ่งเข้าใจการทำงานของไวโอลินของ Stradivarius และสองสร้างมันขึ้นมาใหม่ให้นักไวโอลินรุ่นใหม่ได้มีโอกาสสัมผัสมันบ้าง
  • ยังไม่มีใครทราบแน่นอนว่าทำไม ไวโอลินของ Stradivarius จึงเสียงดีบ้างก็คาดว่าเพราะ รูปทรงของไวโอลิน บ้างก็ว่าความหนาแผ่นไม้ บ้างก็เชื่อว่าเพราะสารเคมีบางอย่างที่ใช้รักษาเนื้อไม้ไวโอลิ
  • ปล.ปัจจุบันไวโอลินของ Stradivarius เกือบทั้งหมดแทนจะไม่มีการหยิบขึ้นมาบรรเลง แต่มันถูกเป็นของสะสมล้ำค่าของอภิมหาเศรษฐี หรือนอนสงบนิ่งในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2067981/Researchers-use-3D-imaging-hi-tech-tools-rebuild-Stradivarius-time.html

ตู้เกมส์สุดแนว


ตู้เกมส์สุดแนวนี้จะให้คุณรับบทเป็นผู้ปกป้องโลกจากอุกกาบาตที่กำลังพุ่งเข้าชนโลก โดยเกมส์นี้มีชื่อว่า Tobii EyeAsteroids ที่มีจุดเด่นที่การควบคุม และบังคับทำได้ด้วยดวงตาของผู้เล่นเท่านั้นไม่ต้องกดไม่ต้องโยกกันอีกต่อไป ทำให้ตู้นี้แลดูเป็นตู้โล่งๆไม่มีปุ่มกด หรือคันโยกอย่างที่คุ้นเคย
  • การควบคุมใช้ เซ็นเซอร์ และซอฟแวร์ ที่จะติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตาของผู้เล่น แล้วแปลผลเป็นชุดคำสั่งเพื่อใช้ในการควบคุมเกมส์
  • Tobii EyeAsteroids ถือว่าเป็นตู้เกมส์แรกในโลก และเป็นเกมส์เดียวขณะนี้(2011)ที่ใช้ดวงตาในการควบคุม
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.odditycentral.com/videos/eyeasteroids-worlds-first-and-only-eye-controlled-arcade-video-game.html

โบสถ์ในตำนาน



  • โบสถ์แห่งนี้พบอยู่ใกล้แม่น้ำเจมส์(Jome) ในเมืองเจมส์ทาวน์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา
  • ในบริเวณนี้ถือว่าเป็นอาณานิคมถาวรแห่งแรกที่ชายยุโรป ที่นำโดยชาวอังกฤษประมาณ 100 คน ตั้งรกรากบนทวีปอเมริกา
  • ทั้งยังพบหลุมขนาดใหญ่ 6 หลุม ที่คาดว่าเป็นหลุมของเสาโบสถ์ ในประวัติศาสตร์ที่ โพคาฮอนทัส(Pocahontas หญิงสาวอินเดียนพื้นเมืองที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูน) แต่งงานกับชาวอังกฤษนามว่า John Rolfe ในปีค.ศ.1614
  • การค้นพบเป็นผลงานของคณะสำรวจจาก prominent U.S. archaeologist ที่นำโดยนาย William Kelso
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2066951/Found-After-nearly-400-years-site-Pocahontas-married-Englishman-John-Rolfe.html

น้ำแข็งย้อย มรณะ



ภาพที่เห็นนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการบันทึกภาพขณะเกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งย้อยในทะเลได้ น้ำแข็งย้อยเหล่านี้เปรียบได้ดั่งมัจจุราชที่จะทำลายทุกสรรพชีวิตบนพื้นทะเลที่สัมผัสกับพวกมัน

รายละเอียด


  • ปรากฏการณ์น้ำแข็งย้อย(Icicle ไอซ์ซิเคิล) คือปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อหิมะ หรือ น้ำแข็งที่เกิดการละลายตัวกลายเป็นน้ำจากปัจจัยของความร้อน อันอาจจะเกิดจากแสงอาทิตย์ หรือ ลมร้อนที่รั่วไหลออกมาจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ เมื่อน้ำที่เกิดจากการละลายไหลไปไปยังบริเวณที่อากาศยังเย็นกว่าจุดเยือกแข็งน้ำก็จะแข็งตัวเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง บ่อยครั้งที่เราจะพบน้ำแข็งย้อยห้อยอยู่ตามริมชายคา ขอบหน้าต่าง กิ่งไม้
  • เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าน้ำทะเลนั้นเค็ม ซึ่งเป็นผลมาจากแร่ธาตุต่างๆที่ละลายอยู่ในน้ำ การที่น้ำมีแร่ธาตุละลายอยู่สูงกว่าน้ำจืดทำให้น้ำทะเลมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำจืด(เห็นได้จากการทดลองการนำไข่ไปใส่ในน้ำจืดไข่จะจม แต่ถ้านำไข่ไปใส่ในน้ำเกลือไข่จะลอยเนื่องจากน้ำเกลือมีความหนาแน่นมากกว่าไข่)
  • และจากคุณสมบัติของน้ำ ยิ่งน้ำมีความหนาแน่นมากเท่าไรจุดเยือกแข็งก็จะต่ำลงตามไปด้วย
  • น้ำทะเลน้ำด้านบนจะมีความเค็มน้อยกว่าน้ำด้านล่าง(เค็มน้อยหนาแน่นน้อย เค็มมากหนาแน่นมากเมื่อหนาแน่นมากก็จะหนักของที่หนักย่อมจมลงสู่เบื้องล่าง เป็นธรรมชาติ Antarctica)
  • เป็นที่รู้กันมานานแล้วว่าในทะเลก็มีการเกิดน้ำแข็งย้อยขึ้น แต่ไม่เคยมีการบันทึกภาพได้มาก่อน ภาพที่บันทึกได้นี้เป็นผลงานของทีมงาน BBC ที่จะออกฉายในสารคดีตอน Frozen Planet
การเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาิติ น้ำแข็งย้อยในทะเล

  • เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็ง(0 องศาเซลเซียส) น้ำทะเลจะค่อยๆเรื่มแข็งตัวจากผิวน้ำลงไปเบื้องล่างแต่จะไม่สามารถแข็งตัวต่ำลงไปกว่าบริเวณที่มีน้ำทะเลที่มีความความหนาแน่นสูงกว่าที่ต้องใช้อุณหภูมิที่-1องศาเซลเซียสถึงจะแข็งตัว
  • จากสารคดีชุดนี้อุณหภูมิของน้ำเบื้องล่างอยู่ที่ -2 องศาเซลเซียส แต่น้ำทะเลด้านล่างมีความเข้มข้นสูงถึงแม้อุณหภูมิจะต่ำกว่าจุดเยือกแข็งแต่ก็ไม่เป็นน้ำแข็ง
  • แต่เมื่อน้ำแข็งบนผิวด้านบนสัมผัสกับความร้อน(อาจจะเป็นแสงอาทิตย์) น้ำแข็งจะเริ่มละลายตัวไหลรินไปเมื่อพบกับรอยร้าว รอยแตกบนน้ำแข็งก็จะไหลลงไป เมื่อน้ำไหลลงไปสัมผัสกับน้ำทะเลที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเบื้องล่างก็จะเริ่มต่อตัวเป็นน้ำแข็งย้อยเป็นแท่งลงสู่เบื้องพื้นทะเล
  • เมื่อน้ำแข็งย้อยเหล่านี้สัมผัสกับพื้นทะเลก็จะแพร่ตัวออกไปเป็นแนวตามทิศทางการไหลของน้ำทะเล ก็ตัวเป็นแนวน้ำแข็งสีขาวที่จะแช่แข็งทุกชีวิตเบื้องล่าง(ในภาพเป็นทะเลใน และเหล่าปลาดาว และปลิงทะเลคือเหยื่อของน้ำแข็งย้อยเหล่านี้)


น้ำแข็งย้อยจะเริ่มก่อตัวจากด้านบนลุกลามลงมาเรื่อยๆ


บริเวณส่วนปลายของน้ำแข็งย้อยจะเห็นเป็นเส้นสายคล้ายเส้นใยบางจำนวนมาก เมื่อน้ำมาสัมผัสกับเส้นใยเหล่านี้ก็จะพอกตัวเป็นน้ำแข็งหนาขึ้นเรื่อย(น้ำจะไม่แข็งตัวถึงอุณหภูมิต่ำ ถ้าไม่มีแกนให้ให้เกาะ เหมือนที่เราเห็นทำไม่เวลาเปิดน้ำอัดลม แล้วจุ่มหลอดลงไปทำไมจึงเกิดน้ำแข็งลามลงไปตามหลอดเนื่องจากหลอดทำตัวเป็นแกนให้น้ำแข็งเกาะ ทั้งยังสร้างให้เกิดฟองเล็กเป็นแกนให้น้ำแข็งเกาะเพิ่มอีกทางหนึ่ง)


เมื่อสัมผัสพื้นทะเลเบื้องล่างน้ำแข็งย้อยก็ยังไม่หยุดการเดินทาง


น้ำแข็งย้อยยังก่อตัวเป็นแนวน้ำแข็งสีขาวโพรน แช่แข็งเหล่าดาวทะเลเบื้องล่าง

ข้อมูลอ้างอิง
  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2065401/The-icicle-death-Bizarre-Brinicle-forms-beneath-sea-kills-path.html
  • http://en.wikipedia.org/wiki/Icicle

เฟอร์นิเจอร์ แพงที่สุดในโลก



Badninton Cabinet
คือ เฟอร์นิเจอร์ที่แพงที่สุดในโลก มันถูกประมูลไปด้วยราคาที่สูงถึง 36 ล้านเหรียญสหรัฐ(1,080 ล้านบาท) เมื่อปี 2004


รายละเอียด

  • ตู้ใบนี้ถูกสร้างโดยช่างผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ชีวิต ใช้เวลากว่า 6 ปี ตามคำสั่งผลิตของท่านดยุคแห่งโบฟอร์ต(Duke of Beaufort) นามว่า Henry Somerset ที่สา
  • ตู้ใบนี้ไม่เคยถูกใช้เป็นตู้เก็บของใด มันถูกใช้เป็นเครื่องหมายแห่งความมั่งคั่ง เลิสหรู และอำนาจของเจ้าของ เฉกเช่น รูปภาพ หรือ ประติมากรรมต่างๆ
  • หลังจากสร้างเสร็จตู้ใบนี้ถูกตั้งอยู่ในบ้านBadminton ใน Gloucestershire จนกระทั้งถูกขายโดยลูกหลานในศตวรรษที่ 20
  • ตัวตู้ทำด้วยไม้มะเกลือ(Ebony) ประดับประดาด้วยหิน amethyst quartz, agate, lapis lazuli และหินอื่นๆ
  • ในปี 2004 Christie ได้จัดประมูลตู้ Badninton Cabinet และมันถูกประมูลไปด้วยราคา 36 ล้านเหรียญสหรัฐ(1,080 ล้านบาท)
  • โดยผู้ประมูลไปได้คือเจ้าชาย Hans Adam ที่สอง และได้บริจาคตู้ใบนี้ให้แค่พิพิธภัณฑ์ Liechtenstein ใน ออสเตรีย
ข้อมูลอ้างอิง
  • http://www.time.com/time/specials/packages/article/0,28804,1917097_1917096_1917104,00.html
  • http://interiordesign007.blogspot.com/2011/03/badminton-cabinet.html

สุดเพี้ยน สุดอันตราย



ตอนแรกที่จะเขียนบทความเรื่องนี้ก็คิดว่ามันจะเป็นการชี้นำหรือเปล่า แต่ทุกอย่างก็มีสองด้านขอนำเสนอในแง่อันตรายที่จะได้รับจาก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีสุดเพี้ยนนี้เพื่อเป็นการเตือนภัย

รายละเอียด

  • ปัจจุบันมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีสุดพิสดาร สุดเพี้ยน โดยการนำผ้าอนามัยแบบสอดไปแช่ในวอดก้า หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อถ้าอนามัยที่ชุ่มไปด้วยเหล้า ก็นำไปสอดไว้ในทวารหนัก หรือช่องคลอด
  • มีการกล่าวอ้างว่าวิธีการดังกล่าวจะทำให้เมา โดยไม่มีกลิ่นละมุดจากลมหายใจ ถึงขั้นไม่สามารถตรวจจับได้ด้วยเครื่องตรวจแอลกอฮอล์แบบเป่า wowboom

  • แต่แพทย์ได้เตือนว่าการกระทำดังกล่าวมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากแอลกอฮอล์อาจเกิดความระคายเคืองต่อเนื้อเยื่ออ่อนในบริวเวณที่สอดเข้าไป
  • และยิ่งอันตรายยิ่งขึ้นเนื่องจากการสอดผ้าอนามัยที่ชุ่มด้วยวอดก้าเข้าสู่ทวารหนัก และช่องคลอดแอลกอฮอล์จะซึมเข้าสู่กระแสโลหิตโดยตรงซึ่งระบบเตือนภัยจากการรับแอลกอฮอล์เกินขนาดจะไม่สามารถทำงาน(การอาเจียน เป็นหนึ่งในกลไกขับแอลกอฮอล์ส่วนเกินของร่างกาย)
  • เมื่อร่างกายไม่สามารถขับแอลกอฮอล์ส่วนเกินเมื่อรับแอลกอฮอล์เข้าต่อไปเรื่อยๆจนปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จะทำให้เกิดความผิดปกติในระบบหายใจ และกล้ามเนื้อหัวใจอันอาจจะส่งผลให้เกิดการสลบ จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ข้อมูลอ้างอิง
  • http://www.odditycentral.com/news/crazy-drinking-habits-vodka-soaked-tampons.html
  • http://rubkwan.wordpress.com/%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C/

แอลกอฮอล์ ศูนย์เปอร์เซ็นต์



ถ้าจะเป็นอะไรที่ฟังดูแล้ว หลุดโลกอย่างยิ่ง เมื่อมีวิสกี้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 0% แล้วจะกินทำแมวอะไรหลายคนคงกล่าวเช่นนั้น

รายละเอียด

  • วิสกี้ ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ศูนย์เปอร์เซ็นต์นี้เป็นวิสกี้ยี่ห้อ ArKay
  • เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท ArKay Beverages ในสหรัฐอเมริกา
  • ทางผู้ผลิตกล่าวยืนยันว่า วิสกี้นี้รสชาติเหมือนวิสกี้แบบมีแอลกอฮอล์แน่นอน
  • หลายคนคงถามหาแล้วทำออกมาแล้วใครจะกินกลุ่มเป้าหมายของโปรดักท์นี้คือใคร คำตอบก็คือกลุ่มที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขถ้าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลามที่ห้ามดื่มเครื่องดื่มมึนเมา
  • วิสกี้แอลกอฮอล์ศูนย์เปอร์เซ็นต์นี้ใช้เวลาพัฒนาถึง 5 ปี เพื่อให้ได้รสชาิติเหมือนวิสกี้แบบดั่งเดิม และเพื่อให้ได้มาตรฐานอาหารและยาของยุโรป และอเมริกา ทั้งยังได้รับการรับรองว่าเป็น วิสกี้ฮาลาล จาก Islamic Food & Nutrition Council of America
  • วิสกี้ไร้แอลกอฮอล์นี้จะ ออกขายครั้งแรกในธันวาคม 2011 โดยมีราคา 10 เหรียญสหรัฐ(300บาท)สำหรับขวดหนึ่งลิตร และราคา 4 เหรียญสหรัฐ(120 บาท)สำหรับแบบกระป๋องปริมาตร355มิลลิลลิตร
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.arkaybeverages.com/
  • http://www.odditycentral.com/news/arkay-the-worlds-first-alcohol-free-whiskey.html

ทำไมกลับบ้านดึกหาไอ้แก่



เมีย กล่าวว่า "ไอ้แก่ไปไหนมาถึงกลับบ้านป่านนี้"
ผัวตัวดี กล่าวว่า "เออ......คืออออ..ผมทำงานเพลินไปหน่อย ก็เลยกลับบ้านสายไปนิคจ๊ะเมียจ๋า"
ผัวะ มึงจะตอบตรงหรือจะตอบทั้งน้ำตาเดี๋ยวแม่ตบหน้าแหก
รายละเอียด

เรื่องราวข้างต้นคงตรงกับชีวิตของท่านพ่อบ้านหลายคนที่มักจะเถลไถล ไปติดเด็กติดอ่าง กันบางครั้งเดิ๋ยวนี้เมียๆเขาก็จับได้ไล่ทันมุขเดิมๆ จะโกหกทั้งทีมันต้องเนียน
Mavericks Revue Bar เป็นบาร์ยอดนิยมในเมืองเคปทาวน์(Cape Town) ประเทศอัฟริกาใต้ ที่ได้ส่งน้ำหอมสำหรับท่านพ่อบ้านจอมไถล ที่มีชื่อว่า "Alibis" แอลลิบิส ซึ่งมีความหมายว่า หาข้ออ้างให้ตัวเอง โดยนาย Shane Harrison เจ้าของบาร์Mavericks กล่าวว่า เขาได้แรงบันดาลใจมาจากเหล่าลูกค้าของเขาที่มักจะมาเที่ยวแล้วติดลมกลับบ้านช้ากัน น้ำหอมแอลลิบิส ทำออกมา 3 กลิ่นคือ
  1. กลิ่นรถฉันเสีย(My Car Broke Down) ซึ่งจะมีกลิ่นของ น้ำมันเชื้อเพลิง ยางไหม้ จาระบี และโลหะ
  2. กลิ่นฉันทำงานเพลินจ๊ะ(I Was Working Late) ซึ่งจะเป็นกลิ่นของ กาแฟ หมึก บุหรี่ และเสื้อขนสัตว์
  3. กลิ่นพวกเราไปเล่นเรื่อใบกัน(We Were Out Sailing) ซึ่งจะเป็นกลิ่นของ กลิ่นทะเล เกลื่อ เชือกฝ้าย และน้ำ

แน่นอนที่มันไม่น้ำหอมทั้งสามกลิ่นนี้ไม่หอมอะไรมากมาย แต่กลิ่นมันจะออกแนวไปทำงานมาเพื่อให้เหล่าพ่อบ้านมีข้ออ้างในการกลับบ้าน ดึก โดยน้ำหอมแอลลิบิสนี้หาซื้อได้ที่บาร์Mavericks Revueเท่านั้นในราคาขวดละ 37 เหรียญสหรัฐ(ประมาณ 1100 บาท)

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.mavericks.co.za/alibis.jsp
  • http://www.odditycentral.com/funny/nudie-bar-perfume-gives-cheating-husbands-an-excuse.html#more-27077

ปอยผมแพงที่สุดในโลก



หากปอยผมซักปอยจะมีราคาแพงที่สุดในโลก มันคงไม่ใช่ปอยผมของ ตาสี ตาสา แต่มันต้องเป็ปอยผมของบุคคลผู้เป็นตำนานอย่างแน่นอน

รายละเอียดปอยผมแำพงที่สุดในโลก

  • ปอยผมที่แพงที่สุดในโลก ปอยนี้เป็นของบุคคลที่ถูกเรียกขานว่าเป็น คิงออฟร็อกแอนด์โรล(King of Rock&Roll) เอลวิส เพรสลีย์ นั้นเอง
  • ปอยผมนี้ถูก ฉกมาโดยช่างผมส่วนตัวของเอลวิส
  • ปอยผมของเอลวิสนี้มีมูลค่าสูงยิ่งกว่าปอยผมของ จอห์น เลนนอน(John Lennon ราคา$ 48,000) บวกกับปอยผมของจอห์น เอฟ. เคนเนดี(John F. Kennedy ราคา $ 3,000 บวกกับปอยผมของเบโธเฟน (Beethoven ราคา $ 7300) รวมกันเสียอีก
  • โดยปอยผมของเอสวิส ถูกประมูลไปด้วยราคาสูงถึง 115,000 เหรียญสหรัฐ ไปในปี 2002
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.time.com/time/specials/packages/article/0,28804,1917097_1917096_1917086,00.html

กล้องตรวจจับความเร็ว อัจฉริยะ


งานนี้เหล่าตีผีคงต้องหนาวๆร้อนๆหากมีการนำกล้องตรวจจับความเร็ว จากรัสเซียตัวนี้เข้ามาใช้ในเมืองไทย

รายละเอียด

  • กล้องตรวจจับความเร็วนี้มีชื่อว่า The Simicon Cordon ที่ได้รับการพัฒนาระบบโดยบริษัท Peak Gain Systems จากรัสเซีย
  • กล้องตรวจจับความเร็วนี้มีขนาดย่อมๆ โดยมีขนาดพอๆกับเครื่องปิ้งขนมปัง
  • จุดเด่นสุดของเครื่องตรวจจับความเร็ว The Simicon Cordon คือระบบสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีผู้ควบคุม แถมระบบยังสามารถทำการสแกนป้ายทะเบียนโชว์ที่หน้าจออย่างชัดเจน พร้อมทั้งความเร็วของรถโชว์ไว้พร้อมๆกัน
  • กล้องนี้สามารถตรวจจับความเร็วรถได้ถึง 32 คัน ในคราวเดียวกันจึงไม่ต้องเป็นห่วงแม้การจราจรจะคลับคลั่ง และในหนึ่งชั่วโมงสามารถตรวจจับได้สูงถึง 1,000 คัน
  • กล้องนี้คำนวณหาความเร็วของรถ โดยการประมวลจากตำแหน่ง และทิศทางของรถ
ตัวเครื่องตรวจจับความเร็ว The Simicon Cordon

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2061843/Russian-supercamera-issue-thousands-tickets-hour.html

สะพานล่องหน ลับ ลวง พราง



สะพานที่เห็นในภาพนี้เป็นสะพานข้ามคูที่ล้อมรอบป้อมปราการ ในสมัยศตวรรษที่ 17 ที่นักออกแบบได้ทำการออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม

รายละเอียด

  • สะพานที่เห็นนี้เป็นสะพานสำหรับข้ามคูน้ำรอบๆป้อมปราการFort de Roovere ในศตวรรษที่ 17 ที่ตั้งอยู่ที่เมืองHalsteren ประเทศเนเธอร์แลนด์
  • โดยสะพานดั่งเดิมนั้นไม่มีอยู่แล้ว ชำรุดทรุดทรามลง นักออกแบบจริงคิดว่าทำไมเราต้องมายึดติดสร้างสะพานแบบเดิมๆ ทีสร้างเหนือคูน้ำกันอยู่นั้น
  • แทนที่ด้วยสะพานที่มองไม่เห็น โดยท้องสะพานนั่งอยู่บนพื้นคูน้ำ โดยมีมีราวสะพานอยู่สูงกว่าผิวน้ำเล็กน้อย ที่สามารถให้คนสัญจรผ่านไปมาได้โดยไม่เปียกน้ำแน่นอน
  • สะพานดั่งกล่าวได้รับชื่อว่า สะพานโมเสส(Moses Bridge) ตามเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ที่โมเสสเปิดทะเลแดง
  • ปัจจุบัน สะพานโมเสสเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่จะมา ป้อมปราการFort de Roovere
  • สะพานโมเสสสร้างด้วยไม้ และป้องกันน้ำรั่วซึ่มด้วยการหุ้มด้วย ฟอร์ย(Foil)
  • สะพานแห่งนี้แสดงให้เห็นว่า สิ่งก่อสร้างสมัยใหม่สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งก่อสร้างสำคัญทางประวัติศาสตร์ หากได้รับการออกแบบที่ดีและเล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง


รูปแรกอาจจะเห็นสะพานไม่ชัดเอารูปนี้ไปดู หายังไม่ชัดอีกเดิ๋ยวหาอีกรูปให้ดูครับ


รูปสองอาจจะเห็นสะพานไม่ชัดเอารูปนี้ไปดู หามันไม่เครียร์เห็นแต่หัวโผล่กลางคูน้ำขอดูแบบแช่มๆเลย


รูปแบบซูมๆ คงเครียร์นะครับ สำหรับสะพานลับ ลวง พราง แห่ง เนเธอร์แลนด์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง


  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2062341/Invisible-bridge-UNDER-moat-waterline-17th-century-fortress-built-Dutch-engineers.html

หมอเถื่อน คิดค้นสูตร บั้นท้ายดินระเบิด



ภาพที่เห็นนี้คือภาพของกระเทยนามว่า Oneal Ron ที่ทำตัวเป็นหมอเถื่อน คิดค้นสูตรบั้นท้ายดินระเบิดสุดพิสดารโดยทำการฉีดส่วนผสมที่ประกอบไปด้วย
  • ซีเมนต์(ผงปูนที่ใช้ผสามคอนกรีต)
  • mineral oil(วาสลีนเหลว เป็นผลิตภัณฑ์ปิโตเลี่ยม)
  • Fix-A-Flat tyre inflator(เป็นเคมีที่ใช้ฉีดเข้าไปในล้อรถยนต์กรณีถูกตะปูตำเพื่อใช้อุดรอยรั่วชั่วคราว)
ปล.มีผู้ตกเป็นเหยื่อของเธออย่างน้อย 1 คน(โดนค่าอัพตูดไป 700 เหรียญสหรัฐ)ที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกระเทยแสบนายนี้ เหยื่อติดเชื้อรุนแรงอันเป็นผลมาจากส่วนผสมพิสดาร และการแพทย์จากนรกที่ใช้การเย็บปากแผลด้วยกาวพลังช้าง(Super Glue) ขณะนี้กระเทยแสบนายนี้ได้ถูกจับกุมในข้อหาประกอบโรคศิลป์โดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพ และทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2063538/Fake-doctor-Oneal-Ron-Morris-boosted-womans-home-implant.html

เกมส์นรก เดิมพันด้วยชีวิต



กระโหลกคริสตัลเกือบทั้งที่ได้ผ่านการพิสูจย์ทางวิทยาศาสตร์ล้วนเป็นของปลอมทั้งสิ้น แต่กระโหลกในภาพนี้ กระโหลกที่ขุดพบในหลุมศพของชาวมายาของแท้ แต่ มันกลับเป็นอุปกรณ์ในเกมส์นรก บอลมายัน

รายละเอียด

  • กระโหลกนี้สร้างด้วยหินปูน ถูกแกะสลักให้มีขนาดเท่ากะโหลกลิง(เล็กกว่ากะโหลกมนุษย์)
  • ประกอบด้วยฟันอยู่ 9 ซี่ สีขาวแปดซี่ทำจากเปลือกหอย ส่วนซี่กลางสีดำทำงานเหล็ก
  • กะโหลกนี้ถูกฝังอยู่ในหลุมศพ คาดว่าอยู่ในช่วงเวลาประมาณหลังคริสตกาล 250 -600 ปี
  • กะโหลกนี้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันในเกมส์ บอลมายัน เพื่อป้องกันอาการบาเจ็บ
  • การที่ต้องฝังกะโหลกนี้ในหลุมศพก็เพื่อให้ผู้ตายสามารถเล่น บอลมายัน ได้ถึงแม้จะอยู่ในภพภูมิอื่น
  • การที่เรียก บอลมายัน ว่าเกมส์นรก นั้นเป็นผลมาจากการแข่งขัน บอลมายัน ผู้ชนะได้รับการยกย่องเยี่ยงวีรบุรษ ส่วนหัวหน้าทีมที่แพ้ต้องถูกสังหารทิ้ง
  • ส่วนกฏกติกาที่แน่ชัดนั้นไม่มีใครรู้และไม่มีบันทึก แต่คาดว่าการเล่นนั้นใช้การกระแทกลูกบอลยาง(หนัก 4 กิโลกรัม) ด้วยแท่นแขน เข่า สะโพก ห้ามใช้มือ เมื่อบอลตกพื้นต้องหยุดเกมส์ ใครสามารถชูตบอลผ่านห่วงถือวาชนะ

สนามแข่งขันเป็นพื้นเอียงยกสูงจากพื้น มีห่วงหินเป็นประตู

ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะแย่งกันนำลูกบอลผ่านห่วงหินเพื่อทำคะแนน

ภาพวาดการแต่งกาย และลักษณะท่าทางการเล่น บอลมายัน

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2063204/Indiana-Jones-missed-REAL-Mayan-skull--crystal-shaped-like-monkey.html
  • http://en.wikipedia.org/wiki/Mesoamerican_ballgame
  • http://media.photobucket.com/image/mayan+ball+/CSG760/LouisSGlanzmanMayaBallCourt.jpg

ต้นสายไหม


ภาพที่เห็นนี้คือปรากฏการณ์ที่แมงมุมนับล้านที่หนีน้ำท่วมในบริเวณSindh ประเทศปากีสถานเมื่อปีที่แล้ว(2010) ชาวบ้านกล่าวว่าไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน แต่มันทำให้ยุงลดลงไปเยอะเลย : )
  • ภาพนี้เป็นผลงานของ Russell Watkins และเป็น 1 ใน 12 ภาพที่ผ่านเข้าขอบการประกวดภาพถ่ายของ National Geographic ประจำปี 2011
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2062436/National-Geographic-Photography-Contest-2011-12-outstanding-world-nature-photos.html

เคสแปลกๆ ไอโฟน


เคสอันนี้จะเปลี่ยน iPhone ของคุณให้กลายเป็นกล้องดิจิตอล(เฉพาะรูปกายเท่านั้น) เคสรุ่นนี้มีชื่อว่า SNAP



ส่วนอันนี้ใช้แล้วจะทำให้ iPhone ของคุณล่ำบึกขึ้นมาทันทีอวบอิ่มขึ้นมากลายเป็น อิฐมอญ(หนา 2 นิ้ว หรือ 5 เซ็นติเมตร) ก็ไม่ปานเคสรุ่นนี้มีชื่อว่า ArkHippo ทำให้จับเต็มไม้เต็มกันทีเดียว แถมยังคุยว่ากันกระแทกดีเยี่ยมถึงกับขว้างหัวหมากันได้ทีเดียว ราคาอยู่ที่ 24 เหรียญ(720บาท)


ส่วนรุ่นนี้ก็ทำเก๋ มีขาตั้งมาพร้อมกับเคส เป็นเคสของ NXE รุ่น Recline ทำให้สามารถดูหนังฟังเพลงได้โดยไม่ต้องหาอะไรมาหนุนให้เสียเวลาอีกต่อไป



ส่วนรุ่นนี้ชื่อว่า Otterbox Armor สำหรับขาลุยเนื่องจาก กันน้ำได้ กันกระแทก กันฝุ่น ตัวเคสทำจากวัสดุ Polycarbinate ส่วนราคานั้นแพงโคตร 69.96 เหรียญ(2,000 กว่าบาท)


ส่วนอันสุดท้ายนี้ต้องขอบอกว่า ถึกเรียกพี่ แรดตัวแม่ กันทีเดียว เคสรุ่นนี้ออกมาเพื่อใช้ในกองทัพจึงเน้นเรื่องการกันกระแทก แต่ที่แวกแนวกว่าเจ้าอื่นคือเน้นไปที่กันหน้าจอสัมผัสแตก เนื่องจากการสำรวจเมื่อ iPhone ตก 67% จอจะแตกเขาจึงออกแบบเคสที่มีชื่อเรียกว่า ไอ้รถถัง(TANK) ที่มีแถบสไลด์เปิดปิดหน้าจอได้ ไม่รู้จะอธิบายความถึกมันอย่างไรไปดูเขา Test กันเอง ราคาอยู่ที่ 60 เหรียญ(1,800 บาท)

คลิปทดสอบเคสไอ้รถถัง

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://the-gadgeteer.com/2011/03/14/nxe-recline-case-for-iphone-4/
  • http://www.ohgizmo.com/2011/11/03/snap-case-makes-your-iphone-really-look-like-a-digicam/
  • http://arkwhat.com/69-arkhippo-i-pink.html
  • http://bindapple.com/iphone-3g-water-resistant-or-waterproof-case/
  • http://www.macrumors.com/2011/11/03/case-mate-introduces-tank-a-military-grade-iphone-case/?utm_source=feedburner&utm_medium=feed&utm_campaign=Feed%3A+MacRumors-iPhone+%28MacRumors+iPhone+Blog%3A+iOS+News+and+Rumors%29

สเปร์กันน้ำ ไม่มีวันเปียก


มันอาจจจะฟังดูเหมือนเรื่องเหลวไหลของนิยายแนววิทยาศาสตร์ ที่จะมีสารใดที่สามารถนำไปแช่ในน้ำแล้วนำขึ้นมาโดยแห้งสนิท แต่ในที่สุดสิ่งที่แลดูจะเป็นไปไม่ได้ก็เป็นจริงแล้ว

รายละเอียด

  • ผลิตภัณฑ์นี้มีชื่อว่า ไม่มีวันเปียก(NeverWet) เป็นสเปร์จำพวก Superhydrophobic ที่มีความสามารถยิ่งกว่าคำว่ากันน้ำเข้า เนื่องจาก สเปร์ไม่มีวันเปียก นี้สามารถทำงานในลักษณะขับไล่น้ำออกจากพื้นผิวของพวกมัน
  • สารที่มีความสามารถ hydrophobic นี้วัดจากค่ามุมสัมผัสระหว่างหยดน้ำถึงแนวตั้งฉากกับจุดศูนย์กลางหยดน้ำโดยสารที่จะถูกเรียกว่า Superhydrophobic จะต้องมีมุมสัมผัสมากกว่า 150 องศา โดยสเปร์ไม่มีวันเปียกนี้มีค่ามุม hydrophobic สูงถึง 165 องศา
  • โดยเทคโนโลยีสาร Superhydrophobic นี้นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามที่จะเลียนแบบความสามารถของใบบัวย้อยกับไปได้นับ 10 ปี
  • สเปร์ไม่มีวันเปียก นี้ออกแบบและพัฒนาโดย Ross Technology ที่มีโจทย์ที่สุดแสนท้าทายในการป้องกันสนิมที่จะเกิดขึ้นกับท่อใต้ทะเล ที่ทำงานเพื่อหาสสารที่ใช้เคลือบโลหะเพื่อป้องกันสนิมอย่างสมบูรณ์
  • จากการทดลอง ทางโรสส์เทคโนโลยี่พบว่าสเปร์ที่มีซิลิโคนส่วนผสมหลัก พวกมันไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติกันน้ำแต่พวกมันยังมีคุณสมบัติในการหักเหความชื้นออกจากพื้นผิวทำให้พื้นผิวทำให้ไม่มีของเหลวใดหลงเหลือบนพื้นผิวที่ได้รับการปกป้อง
  • จากวีดีโอสาธิต รองเท้าที่ได้พ่นสเปร์ไม่มีวันเปียกถูกราดด้วยซอสช็อคโกเลตจะเห็นว่าช็อคโกเลตไหลออกจากรองเท้าไม่หลงเหลือคราบใดๆ สาธิตกระโดดลงบ่อโคลนข้างที่พ่นสเปร์ไว้ก็ไม่มีโคลนติดแม้แต่น้อยแต่กับอีกข้างที่ไม่ได้พ่นสเปร์อย่างสิ้นเชิง หรือแม้แต่การพ่นสเปร์ไม่มีวันเปียกบนiPhoeสามารถแล้วไอโฟนไปแช่น้ำทั้งๆยังเปิดเครื่องเป็นเวลา 30 นาทีเครื่องก็ไม่มีปัญหาใดๆ
  • เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวางตั้งผ้ากันเปื้อน อุปกรณ์สกี เรือ ผ้าเช็ดปาก และอื่นๆ

รองเท้าด้านซ้ายมือเคลือบด้วยสเปร์ไม่มีวันเปียก อีกข้างไม่ได้เคลือบเมื่อกระโดดลงบ่อโคลนจะเห็นถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจน


ภาพมุมสัมผัสของหยดน้ำบนพื้นผิวที่เคลือบด้วยสเปร์ไม่มีวันเปียก มีค่ามุมอยู่ที่ 165 องศา


กราฟแท่งเปรียบเทียบค่ามุม hydrophobic ของวัสดุต่างจะเห็นว่าแท่งแรกเป็นขี้ผึ้งมีค่า 90 องศา ต่อมาแท่งสีเทาเป็นเทฟลอนที่ใช้เคลือบบนเครื่องครัวมีค่ามุมอยู่ที่ 95 องศา วัสดุRain-X มีค่ามุมอยู่ที่ 110 องศา ส่วนสเปร์ไม่มีวันเปียกมีค่าสูงถึง 160-175 องศา

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/femail/article-2061484/Incredible-superhydrophobic-fabric-REPELS-water-revolutionise-ski-gear.html

นาฬิกา Post-it


เดินเข้าไปใน B2H เห็น Post-it มากมายหลายรูปแบบ แต่รุ่นนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนที่ออกแบบมาเป็นรูปนาฬิกาข้อมือ ที่มีแถบกาวไว้ติดรอบข้อมือเพื่อไว้สำหรับเขียนข้อความกันลืมแบบพกพา ส่วนราคอยู่ที่ 9.8 ยูโร/100แผ่น(390 บาท/100แผ่น แพงใช่ย่อยเลย)

ข้อมูลอ้างอิง
  • http://www.ohgizmo.com/2011/10/24/dont-be-tying-no-strings-on-your-fingers-use-this-instead/
  • http://gajitz.com/strap-on-reminders-paper-watches-keep-notes-at-hand/

มะเร็งเก่าแก่



นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการค้นพบนี้จะเป็น เคสมะเร็งที่เก่าแก่เกือบที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์เท่าที่มีการค้นพบในปัจจุบัน

รายละเอียด

  • ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากเคสนี้คือ มัมมี่ ที่นอนสงบนิ่งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ National Archaeology Museum ในกรุงลิสบอน(Lisbon)
  • มัมมี่ เป็นมัมมี่ที่ไม่ทราบชื่อผู้ตาย จึงถูกเรียกว่ามัมมี M1 แทนชื่อ เป็นมัมมี่ในยุค Ptolemaic ที่มีอายุ 2,250 ปี
  • มัมมี่นี้ถูกฝังในท่ามือไขว้กันเป็นกากบาท ซึ่งเป็นท่วงท่าสำหรับมัมมี่ในยุค Ptolemaic จนถึงช่วงยุค New Kingdom สำหรับบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับราชวงศ์
  • คาดว่ามัมมี่นี้ตอนมีชีวิตคงอยู่ในช่วง 230-285 ปีก่อนคริสตกาล และคาดว่าจะมีอายุอยู่ระหว่าง 51-60 ปีก่อนเสียชีวิต มีความสูงประมาณ 5 ฟุต 5 นิ้ว
  • มัมมี่เอ็มวันถูกประดับประดาด้วยหน้ากาก cartonnage(เป็นวัสดุที่ทำจากผ้าลินนินหรือปาปูรัสปิดทับด้วยปูนพาสเตอร์) และผ้าผูกคอ ที่มีการเขียนลวดลายอย่างวิจิต
  • จากการสแกนร่างมัมมี่ทำให้พบก้อนเนื้องอกมีลักษณะเป็นลำแข็ง อยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง(Spine) กับ กระดูกเชิงกราน(Pelvis) และยังแสดงให้เห็นว่าเขาตายอย่างช้าๆและเจ็บปวดจากอาการป่วย
  • การค้นพบมะเร็งต่อมลูกหมากในมัมมี่เอ็มวัน ถือว่าเป็นการค้นพบการป่วยด้วยมะเร็งต่อมลูกหมากในกลุ่มชนอียิปต์โบราณที่เก่าแก่ที่สุด และถือว่าเก่าแก่เป็นอันดับทีสองของโลก เป็นรองก็แต่เพียงเคสของโครงกระดูกกษัตริย์ไซเธียนที่มีอายุเก่าแก่ถึง 2700 ปีเท่านั้น
  • การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่ามะเร็งนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ที่ค้นพบน้อยเนื่องจากขาดตัวอย่าง หรือในสมัยก่อนมีสารก่อมะเร็งไม่มากเหมือนสมัยนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะคนสมัยก่อนมีอายุขัยย์สั้นทำให้โรคมะเร็งที่เป็นโรคที่มีอายุฟักตัวนานไม่ค่อยพบ
ข้อมูลอ้างอิง

http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2057026/Prostate-cancer-2-000-year-old-Egyptian-mummy.html

ยุงร้ายกว่าเสือ



เป็นที่รู้กันว่า ยุงตัวเล็กเป็นสัตว์ที่สังหารมนุษย์มากที่สุดในโลกยิ่งกว่าสัตว์ชนิดใด(ยกเว้นมนุษย์ด้วยกันเอง) โดยเฉพาะโรคมาเลเรียก็มีผู้เสียชีวิตต่อปีสูงถึงเกือบล้านคนต่อปี(โดย 85% เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบในอัฟริกา) จึงมีผู้คิดค้นวิธีไล่ยุงแบบใหม่โดยใช้แสงเลเซอร์

รายละเอียด

  • เนื่องจาก บิลล์ เกทส์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิบิลล์เกทส์ ที่ต่อสู้ต่อการแพร่กระจายของโรคมาเลเรียจึงอุดหนุนทุนวิจัยให้โครงการเลเซอร์ต้านยุงนี้ในปี 2008 เป็นเงิน 1แสนเหรียญสหรัฐ และเพิ่มให้อีก 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากเลเซอร์ไล่ยุงนี้เป็น 1 ใน 5 โครงงานที่ชนะการประกวดจากมูลนิธบิลล์เกทส์
  • ระบบไล่ยุงเลเซอร์นี้พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ Szabolcs Márka ร่วมกับภรรยานามว่า ZsuZsa กับนักศึกษานามว่า Imre Bartos
  • ระบบเลเซอร์นี้จะฉายแสงเลเซอร์มีลักษณะเป็น กรวยแสงโดยบริเวณรอบกรวยแสงจะเป็นบริเวณที่ยุงจะไม่บิน หรือ เดินผ่าน ในกรวยแสงจีงเป็นบริเวณปลอดภัยจากยุงที่สามารถให้มนุษย์ หรือสัตว์สามารถอาศัยอยู่ได้โดยไม่ถูกยุงรบกวน
  • ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทำไมยุงถึงกลัวแสงเลเซอร์ คาดว่าเลเซอร์จะทำให้ระบบรับความรู้สึกของยุงเกิิดความสับสน
  • ตัวอุปกรณ์นี้มีขนาดเล็กแต่สามารถขอบเขตป้องกันได้ขนาดใหญ่

ขวาเมื่อเปิดระบบเลเซอร์กันยุงยุงจะไม่เดิน หรือ บินข้ามเส้นเลเซอร์
ซ้ายเมื่อปิดระบบเลเซอร์กันยุง ยุงจะเดินข้ามเส้นที่เคยมีเลเซอร์กันยุงขึ้นมาด้านบน

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2057731/Bill-Gates-spends-1-million-laser-defence--repel-mosquitoes.html

ก่อนอื่นต้องขอบคุณ สยามคูโบต้า(Siam Kubota) เนื่องจากวันนี้ไปทำงานรถรับส่งพนักงานของการประปาภูมิภาคที่เป็นรถบรรทุกเกิดเต็ม จึงต้องรอรถคันที่สองระหว่างรอก็มีรถแทรกเตอร์คูโบต้า ที่แล่นบริการประชาชนผ่านมาพอดีจึงได้อาศัยนั่งฝ่ากระแสน้ำบริเวณถนนวิภาวดี-รังสิต ไปทำงานเลยเอารูปมาฝากกันดูครับ


ระหว่างรอรถรับส่งพนักงานคันที่2 ก็มีถแทรกเตอร์คูโบต้าที่ด้านท้ายติดรถพ่วงที่วิ่งในสนานสนุกผ่านมาพอดีวันนี้เลยขอนั่งรถไถ ไปทำงานซักวัน


เส้นวิภาวดีบางช่วงยังมีน้ำสูงน่าจะเกือบๆ 1 เมตรทีเดียว โดยน้ำจะท่วมขังเป็นช่วงๆลึกบ้างตื้นบ้าง


อันนี้ถ่ายภายในรถบางบริเวณน้ำท่วมสูงก็ถึงกับท่วมพื้นรถเหมือนกัน


ถ่ายไปบริเวณเกือบถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


ถ่ายด้านหน้าบริษัทยาคูลท์


ถ่ายบริเวณด้านหน้า ไทยพีบีเอส(Thai PBS หรือ itv เดิม)


ถ่ายบริเวณด้านหน้าหนังสือพิมพ์เดลินิวส์


ถ่ายด้านหน้าสโมสรตำรวจ


ถ่ายด้านหน้าโรงแรมมิราเคิล ป้ายที่ Admin DEN ต้องลงเพื่อขึ้นสะพานลอยไปยังซอยวิภาวดี 64


เดินข้ามสะพานลอยก็ชักภาพรถของ สยามคูโบต้า ซักหนึ่งรูปที่ใจดีวิ่งบริการชาววิภาวดี


เดินข้ามสะพานลอยมารอรถก็ถ่ายรูปอีกซักรูปโดยมุมนี้ถ่ายตรงสะพานลอยข้างโรงเรียนผไทอุดมศึกษา มองไปทางแยกหลักสี่

ปล. รูปทั้งหมดนี้เป็นของวันที่ 14 พ.ย. 54 บริเวณถนนวิภาวดี-รังสิต ตั้งแต่ ปตท. ถึง โรงแรมมิราเคิล ครับ

คลังบทความ wowboom

เพื่อนๆ wowboom