คนสุดขีดนักกล้ามหญิงปลาน้ำลึกรถแต่งซิ่ง7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสิ่งก่อสร้างสุดขีดพับกระดาษสมุดระบายสี

ภาพลวงตา ซุปเปอร์แมน หรือ คลาร์ก เค้นท์



Superman or Clark Kent คลาร์ก เค้นท์คนนี้สามารถแปลงร่างเป็น ซุปเปอร์แมนได้ง่ายกว่าในภาพยนต์ เยอะ ไม่ต้องพึ่งตู้โทรศัพท์ เพียงแค่คุณถอยออกจากจอคอม ประมาณซัก 1 เมตร เขาก็จะแปลงร่างเป็น ซุปเปอร์แมน ในทันที

รายละเอียด เกี่ยวกับ ภาพลวงตา ซุปเปอร์แมน หรือ คลาร์ก เค้นท์

  • ภาพลวงตาลักษณะนี้เรียกว่า ภาพลวงตาแบบผสมผสาน ( Hybrid Illusion )
  • ผู้สร้างสรรค์ภาพลวงตานี้ คือ Antonio Torralba จาก MIT wowboom
  • เมื่อมองในระยะไกล้ : จะเห็นคลาร์ก เค้นท์ ถือช่อดอกไม้ อยู่ด้านหลัง โลอิส เลน(Lois Lane)
  • เมื่อมองในระยะไกล : คลาร์ก เค้นท์ จะแปลงร่างเป็นซุปเปอร์แมน เพราะช่อดอกไม้ที่ถืออยู่ จะกลายเป็นสัญลักณ์ตัว S บนหน้าอก
ข้อมูลอ้างอิง ภาพลวงตา ซุปเปอร์แมน หรือ คลาร์ก เค้นท์

  • http://www.moillusions.com/2009/02/is-it-superman-or-clark-kent.html

ภาพลวงตา คืนที่ฟ้าไร้ดาว



Disappearing Stars from Sky Illusion ภาพลวงตา คืนที่ฟ้าไร้ดาว ตลกใหญ่แล้ว ก็เห็นอยู่ว่าในรูปมีดาว 6 ดวงล้อมรอบดวงจันทร์ อย่ามาตลก ไม่ได้ตลกจริงๆครับ ลองจ้องดูที่ดวงจันทร์ตรงกลาง ซักพัก ดาวจะค่อยๆ เลือนหายไป

บทความีที่เกี่ยวข้องกับ ภาพลวงตา

ภาพลวงตา 12+1 คน ภาพลวงตา คุก ภาพลวงตา ดอกกุหลาบ ภาพลวงตา เด็กส่งพิซซ่า ภาพลวงตา สายตาสั้นไม่มีเซ็กส์ ภาพลวงตา เมล็ดกาแฟหน้าคน ภาพลวงตา ประตูมันเปิดเข้าหรือออกกันแน่วะ ภาพลวงตา ลูกบอลกลิ้งลงบันได ภาพลวงตา แห่ง พระเจ้า

ข้อมูลอ้างอิง ภาพลวงตา คืนที่ฟ้าไร้ดาว

  • http://www.moillusions.com/2009/01/disappearing-stars-optical-illusion.html

จรวดนำวิถี นกพิราบ

จรวดนำวิถี นกพิราบ ( Pigeon-Guided Missile)

Pigeon-Guided Missile จรวดนำวิถี นกพิราบ ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีหลักการที่จะใช้นกพิราบในจรวดเป็นผู้ควบคุม วิถีจรวดเข้าสู่เป้าหมาย

รายละเอียดเกี่ยวกับ จรวดนำวิถี นกพิราบ

  • จรวดนำวิถี นกพิราบ (Project Pigeon) ถูกพัฒนาภายใต้โครงการ Orcon (ย่อมาจาก organic control " ควบคุมโดยสิ่งมีชีวิต") โดยกองทัพสหรัฐอเมริกา
  • ภายใต้การควบคุมโครงการโดยนาย Burrhus Frederic Skinner
  • ส่วนหัวของจรวด มีการติดตั้งเลนส์กระจก ที่จะส่งภาพผ่านเข้าไปภายในจรวด สู่ห้องนกพิราบ
  • นกพิราบที่ใช้สำหรับจรวดนี้ จะถูกฝึกให้จดจำเป้าหมาย โดยถ้าเห็นภาพเป้าหมายให้ทำการจิก ที่ตรงกลางแผงควบคุม จรวดนำวิถีจะพุ่งตรงไปด้านหน้า
  • ในทางตรงข้าม วิถีจรวดคาดเคลื่อนไปจากเป้าหมาย นกพิราบจะจิกแผงควบคุมบริเวณริม แผงควบคุมเพื่อปรับแก้วิถีจรวด
  • โครงการนี้ได้งบการวิจัย 25,000 เหรียญสหรัฐในสมัยนั้น
  • โครงการนี้ถูกพับลงเมื่อ ขีปนาวุธ ระบบนำวิถีด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เข้ามาแทนที่
  • จรวดนำวิถีนกพิราบ ก็ไม่เคยถูกนำไปใช้ในสงครามแม้แต่ครั้งเดียว
คลัง รูปภาพ จรวดนำวิถี นกพิราบ ( Pigeon-Guided Missile)


จรวดนกพิราบ
ด้านหน้าของจรวด นกพิราบ

ขีปนาวุธ นกพิราบ
เมื่อเปิดส่วนหน้าออกจะเห็นเลนส์กระจกเพื่อฉายภาพเข้าไปด้านใน ให้นกพิราบควบคุม

บทความอื่นๆ เกี่ยวกับ อาวุธ


ข้อมูลอ้างอิง จรวดนำวิถี นกพิราบ ( Pigeon-Guided Missile)

  • http://en.wikipedia.org/wiki/Project_Pigeon
  • http://www.weirdworm.com/5-weird-weapons-of-world-war-ii-the-allies/

รถมอเตอร์ไซค์ เล็กที่สุดในโลก

รถมอเตอร์ไซค์ เล็กที่สุดในโลก ( Smalltoe )

Smalltoe คือรถมอเตอร์ไซค์ เล็กที่สุดในโลก เล็กเสียจนสามารถวางไว้บนฝ่ามือ ได้อย่างสบาย แต่อย่าลืมสวมหมวกกันน็อก เปิดไฟหน้า ก่อนขับขี่

รายละเอียด เกี่ยวกับ รถมอเตอร์ไซค์ เล็กที่สุดในโลก

  • ประดิษฐ์โดยนาย Tom Wiberg ชาวสวีเดน
  • เส้นผ่านศูนย์กลางล้อหน้า 16 มิลลิเมตร
  • เส้นผ่านศูนย์กลางล้อหลัง 22 มิลลิเมตร
  • ในการรับรองสถิติ รถมอเตอร์ไซค์ต้องสามารถขับขี่ได้จริง ไม่ใช่สักแต่ว่าเล็กอย่างเดียว
  • ทอม สามารถขี่ได้เป็นระยะทาง 10 เมตร ทำความเร็วได้ 2 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • สถานที่สร้างสถิติคือ Hökerum ประเทศสวีเดน
  • แต่เขาจะไม่สามารถขี่รถได้เลย ถ้าปราศจากรถเท้าพิเศษ ที่มีเดือยไม้ยื่นออกมาจากข้างเท้าด้านใน เพื่อสอดเข้าไปในตัวรถ สำหรับพักเท้า ในการขับขี่
  • Smalltoe คันนี้มีพี่อีกคันที่ชื่อว่า Bigtoe ที่ครองตำแหน่งรถมอเตอร์ไซค์ที่สูงที่สุดในโลก จาก กินเนสบุ๊ค
ข้อมูลอ้างอิง รถมอเตอร์ไซค์ เล็กที่สุดในโลก ( Smalltoe )

  • http://www.horizonsunlimited.com/newsletter/2004-03.shtml

รถยนต์ เล็กที่สุดในโลก

รถยนต์ เล็กที่สุดในโลก ( Peel 50 )

Peel 50 พีล50 คือ รถยนต์ที่เล็กที่สุดในโลก ที่ถูกทาง ริปลีย์เชื่อหรือไม่(Ripley's Believe) ซื้อไปเมื่อปี 2009 จอดอย่างนี้รถคันหน้าถอยทับ เละทั้งคันแน่

ข้อมูล และรายละเอียด เกี่ยวกับ รถยนต์ เล็กที่สุดในโลก

  • รถคันนี้มีชื่อว่า Peel 50
  • ผลิตโดยบริษัท Manx Peel Engineering Co.
  • รถรุ่นนี้ถูกทำการผลิตออกมาเพียง 50 คันเท่านั้น ในช่วงปี 1960 ( ปัจจุบันมีหลงเหลืออยู่เพียง 12 คันเท่านั้น )
  • พีล50 มีน้ำหนักเพียง 59 กิโลกรัม (130 ปอนด์)
  • พีล50 มีความยาว 1.372 เมตร กว้าง 1.041 เมตร
  • ตัวรถมีล้อหน้า 2 ล้อ ส่วนล้อหลังมีเพียงล้อเดียว
  • ใช้เครื่องยนต์ขนาด 49 ซีซี ของ DKW
  • ราคาขายครั้งแรก 199 ปอนด์ ( ราคาซื้อขายในปัจจุบัน 25,000 ปอนด์ ราว 1.375 ล้านบาท)
  • สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 64 กิโลเมต/ชั่วโมง (ซึ่งนั้นอาจจะดูช้ามาก แต่ปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถทำให้ รถรุ่นนี้ทำความเร็วมากกว่านี้ก็คือน้ำหนักรถ ที่เบามากทำให้ขาดเสถียรภาพเมื่อความเร็วสูง)
  • ภายในรถมีพื้นที่สำหรับนั่งเพียงคนเดียว
  • มันถูกออกแบบให้สามารถลากได้เหมือนกระเป๋าเดินทาง
คลังภาพ รถที่เล็กที่สุดในโลก

รถยนต์จิ๋ว
ระวังครับระวัง เดิ๋ยวๆๆ ชนรถคว่ำ

รถเล็กที่สุด
ภายในรถ พีล50(Peel50) มีพื้นที่สำหรับนั่งคนเดียวเท่านั้น

รถ เล็ก มาก
คาราวานรถจิ๋ว ที่เหลือเพียง 12 คันเท่านั้นในโลก จาก 50 คันที่ได้ทำการผลิตออกมา

รถกระเป๋า
ซึ่งออกแบบมาให้มีขนาดเล็กที่สุดในโลก และน้ำหนักเบาจนสามารถ ให้ผู้หญิงถือลาก ได้เหมือนกระเป๋าเดินทาง เห็นอย่างนี้จะเรียกว่า รถกระเป๋า ก็คงไม่ผิดนัก

บทความเกี่ยวกับ สิ่งของเล็กที่สุดในโลก

บทความเกี่ยวกับ พาหนะ

ทะเบียนรถ แพงที่สุดในโลก เมื่อง ที่ ค่าจอดรถ แพงที่สุดในโลก รถถัง ใหญ่ที่สุดในโลก รถ แพงที่สุดในโลก ปี2009 ใบขับขี่รถ แพงที่สุดในโลก รถบรรทุก ใหญ่ที่สุดในโลก รถสิบล้อแต่ง รถไฟ ยาวที่สุดในโลก รถมอร์เตอร์ไซค์ ใหญ่ที่สุดในโลก

ข้อมูลอ้างอิง รถยนต์ เล็กที่สุดในโลก ( Peel 50 )

  • http://runjun.blogspot.com/2009/06/world-smallest-car-peel-50.html
  • http://weirdnews.about.com/od/weirdphotos/ig/New-World-Records/World-s-Smallest-Car.-2jr.htm

มองโลกผ่าน ดวงตาสัตว์



Animal eye view มองโลกในมุมมองของสัตว์ แน่นอนว่ามันย่อมไม่เหมือนโลกที่เราท่านๆ อย่างมนุษย์เราแน่นอน มันต่างกันทั้งมุมมอง ขอบเขตการมองเห็น และสีสัน ตัวอย่างเช่น เคยสงสัยกันไหมว่าทำไม? แมลงวันจึงไวเสียเหลือเกิน จะตบจะตีนั้นไม่ทันมันเสียที ก็เนื่องจากแมลงวัน มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นภาพช้า(สโลโมชั่น) พวกมันจึงมีเวลาเพียงพอ ในการบินหลบหนีได้ทันเกือบทุกครั้งไป

มองโลกผ่าน ดวงตาม้า

หากจะบอกว่าม้ามองเห็นโลกนี้อย่างไร คงจะคล้ายๆเรามองผ่านกล้องส่องทางไกล คือ ม้าจะไม่สามารถมองเห็นภาพตรงกลาง ระหว่างดวงตาทั้งสองข้าง นั้นจึงเป็นสาเหตุว่าพวกมันจึงชอบก้มมองพื้นพร้อมกับส่ายหัวไปมา


ภาพที่ม้ามองเห็น บริเวณตรงกลางจะเป็นจุดบอดของพวกมันที่ไม่สามารถจับภาพได้

มองโลกผ่าน ดวงตาลิง

ลิงมองโลกคล้ายกับมนุษย์เรา แต่ดวงตายังพัฒนาไม่เท่าพวกเรา พวกมันจึงตาบอดสี แต่บางสายพันธุ์ก็ไม่ถึงกับมองเห็นเป็นภาพขาวดำ ซึ่งนั้นทำให้พวกมันมองสีผิดเพี้่ยนไปจากความเป็นจริง


ภาพที่ลิงมองเห็น จะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก็จะมองเห็นเป็นขาวดำ บางสายพันธุ์ก็สามารถเห็นสีได้บ้าง

มองโลกผ่าน ดวงตานก

นกเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีดวงตาพัฒนาไปอย่างสุดยอด เนื่องจากพวกมันบินอยู่สูงบนท้องฟ้า พวกมันจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสามารถแยกแยะสีสันได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อให้มองเห็นเหยื่อได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น นกพิราบ สามารถมองเห็นเฉดสีได้มากกว่า 1 ล้านเฉดสี


ภาพที่นกมองเห็นจะสามารถเห็นเฉดสีได้มากกว่าตาของมนุษย์

มองโลกผ่าน ดวงตาหมา แมว

หมา และแมว มีดวงตาที่ไม่ดีนัก โดยมากพวกมันเป็นพวกตาบอดสี แต่ หมา และแมวก็มีปราสาทรับกลิ่น และปราสาทหูที่สุดวิเศษ เพื่อชดเชย แต่ในทางตรงกันข้ามพวกมัน กับ มีสายตาสำหรับมองในที่มืด เวลากลางคืนที่ดีเยี่ยม


ถึงพวกมันจะตามบอดสี และความสามารถในการมองเห็นในเวลากลางวันจะไม่ดีนัก แต่ในเวลากลางคืน พวกมันกับมีสายตาที่ดีกว่ามนุษย์มากนัก (หมายเหตุ ขอบเขตการมองเห็นของพวกมันไม่ใช่เป็นวงกลมตามรูปนะครับ แต่หารูปไม่ได้จริงรูปนี้เป็นรูปที่ถ่ายจากกล้องมองกลางคืน ของเขตการมองเห็นจึงเป็นวงกลม)

มองโลกผ่าน ดวงตางู

งูมีปราสาทการมองเห็นอยู่ 2 ชุดคือ ดวงตา และช่องสำหรับตรวจจับความร้อน ซึ่งทำให้พวกมันสามารถมองเห็นภาพเป็นเฉดสีแตกต่างกัน ตามความร้อนของพื้นผิว


ภาพที่งูมองเห็นจะเห็นเป็นเฉดสี แต่ไม่ใช่สีที่สะท้อนมาจากแสงอาทิตย์ แต่เป็นสีของคลื่นความร้อน

มองโลกผ่าน ดวงตาแมลง


แมลงมีจุดรับภาพบนดวงตาจำนวนมาก ทำให้พวกมันมองเห็นโลกเป็นภาพเล็กๆ เรียงรายปะติดปะต่อกันเต็มไปหมด พวกมันสามารถมองเห็นสีสันได้บ้างแต่ไม่ดีนัก บางสายพันธุ์มองเห็นภาพเป็นภาพสโลโมชั่น


ภาพที่แมลงมองเห็นนั้นจะเป็นจอภาพเล็กวางต่อกัน อย่างหยาบๆ รูปนี้ภาพต้นฉบับคือดอกไม้

ข้อมูลอ้างอิง มองโลกผ่าน ดวงตาสัตว์ ( Animal Eye View)

  • http://webecoist.com/2009/01/14/animal-vision-color-detection-and-color-blindness/

คลังบทความ wowboom

เพื่อนๆ wowboom