คนสุดขีดนักกล้ามหญิงปลาน้ำลึกรถแต่งซิ่ง7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสิ่งก่อสร้างสุดขีดพับกระดาษสมุดระบายสี

หมุนไม่เกิน 20 ครั้ง สามารถแก้ปริศนา รูบิค ทั้ง 43 ล้านล้านล้าน รูปแบบได้ แน่นอน



Rubik's cube รูบิค คือชื่อของเล่นสุดคาสสิค มีรูปร่างเป็นรูปทรงลูกบาศก์ โดยแต่ละด้านจะมีสีที่แตกต่างกัน โดยแต่ละด้านจะแบ่งเป็นสี่เหลี่ยมเล็กด้านละ 9 ช่อง ที่สามารถหมุนได้รอบแกน Admin DEN ขอยอมรับว่า ตัวเองนั้นไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่สามารถเล่นจนทุกด้านมีสีตรงกันหมด แม้แต่ครั้งเดียว

รายละเอียด เกี่ยวกับ รูบิค กับการหมุนเพียง 20 ครั้ง

  • รูบิค เป็น ของเล่นที่คิดค้นขึ้นโดยสถาปนิก ชาวฮังกาเลี่ยน ในปี 1974 นามว่า Ernő Rubik
  • คาดการณ์กันว่าตั้งแต่ที่มีการผลิต รูบิค ออกขาย รูบิคมียอดจัดจำหน่ายทั่วโลกแล้วไม่น้อยกว่า 400 ล้าน ชิ้น
  • โดยปัจจุบันเจ้าของสถิติโลกในการเล่น รูบิค ขนาด 3x3x3 เป็นของนาย Erik Akkersdijk ทำไว้เมื่อปี 2008 ที่งาน Czech Open 2008 ทำเวลาในการเล่นไว้เพียง 7.08 วินาที เท่านั้น
  • เชื่อหรือไม่ ว่า รูบิค ลูกเล็กที่แต่ละด้านมีสีที่ไม่เหมือนกัน และในแต่ละด้านแบ่งเป็น 9 ชิ้นย่อย นั้นสามารถสร้างรูปแบบ ของ ปริศนาได้มากถึง 43,252,003,274,489,856,000 ( 43 ล้านล้านล้าน... รูปแบบ คำนวณได้ดังนี้ )
  • ในกว่า 43 ล้านล้านล้าน รูปแบบ ก็มีผู้สงสัยว่าการหมุนน้อยครั้งที่สุดที่สามารถแก้ไข ทั้ง 43 ล้านล้านล้าน รูปแบบ ได้นั้นอยู่ที่เท่าไร?
  • จึงได้เกิดการรวมตัวกันขึ้นโดย ศาสตราจารย์ Morley Davidson นักคณิตศาตร์จากมหาวิทยาลัย Ohio's Kent State University , John Dethridge วิศวกรจากกูเกิ้ล(Google) , Herbert Kociemba อาจารย์คณิตศาสตร์ และ Tomas Rokicki โปรแกรมเมอร์ เพื่อหาตัวเลขการหมุนไม่เกินกี่ครั้งที่สามารถแก้ปริศนาทั้ง 43 ล้านล้านล้าน รูปแบบได้
  • แต่หากถ้าใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะคุณภาพดีซักเครื่องในการแก้ปัญหานี้จะต้องใช้เวลา รันโปรแกรมถึง 35 ปี ในการคำนวนให้ครบทุกรูปแบบ
  • จึงได้มีการนำ ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ของ Google เข้ามารันโปรแกรมเพื่อไขปริศนานี้ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์จากกูเกิ้ลยังต้องใช้เวลาถึงเกือบ 3 อาทิตย์ในการรันโปรแกรม
  • และตัวเลขที่ได้นั้นก็น่าตกใจยิ่งกว่าเมื่อการหมุน รูบิค เพียง 15 - 19 ครั้งก็สามารถแก้ไขรูปแบบปริศนา ได้เกือบทั้งหมด และตัวเลข 20 ครั้งก็คือตัวเลขจำนวนการหมุนน้อยครั้งที่สุดในการแก้ไขรูปแบบทั้ง 43 ล้านล้านล้าน รูปแบบได้ทั้งหมด
  • ตัวเลข 20 จึงถูกเรียกว่า ตัวเลขทองคำ(Gold Number) ของ รูบิค
คลังภาพ


ถ้าใครไม่รู้จัก รูบิค นี้คือหน้าตา รูปร่าง เห็นมันดูพื้นๆ บ้านๆอย่างนี้คนเล่นไม่เป็นอย่างผมก็ไม่เคยเล่นผ่านแม้แต่ครั้งเดียว สำหรับผมมันไม่ใช่ ของเล่น แต่ มันคืออุปกรณ์สร้างความเครียด เสียมากกว่า


หรือนี้คือหนทางสุดท้ายในการแก้ไขปริศนาทั้ง 43ล้านล้านล้าน รูปแบบของ รูบิค ภายในการทุบครั้งเดียว
หลายคนอาจจะเคยเห็นระบบภายในของ รูบิค มาบ้างแล้วเนื่องจากเล่นไม่ผ่านก็ทุบมันจะเลย ส่วนใครไม่เคยเห็น wowboom เอารูปมาให้ดูจะได้ไม่ต้องไปทุบมัน


ส่วนลูกกลมนี้คือผลงานการประดิษฐ์ ของ ผู้ค้นคิด รูบิค มีชื่อว่า รูบิค360 เมื่อปี 2009 วิธีการเล่นก็เพียงหมุนเอาลูกบอลแต่ละสี ที่อยู่ตรงกลาง ให้มาอยู่ให้ถูกช่อง

v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
ส่วนใครที่ไม่เคยเล่น รูบิค ผ่าน wowboom มี รูบิคขนาด 3x3x3 ที่ ง่ายที่สุดในโลก มาให้เล่นกัน
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v

งานนี้เล่นไม่ผ่านก็ให้มันรู้กันไป ตัวเลขทองคงทองคำไม่จำเป็นแล้ว
ทุกปัญหามีทางออก

และ

ทุกปัญหาก็มีทางเข้า

อย่างน้อยๆก็มี 2 หนทาง
ในการแก้ไขทุกปัญหา ขึ้นอยู่คุณจะแก้ที่ เหตุ หรือ ผล ของมัน
บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง

อ้างอิงในส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ รูบิค


อ้างอิงในส่วน Gold Number ของ รูบิค


อ้างอิงในส่วนรูปจั่วหัว ครบรอบ 25 ปี รูบิค

แผนที่ภาระกิจ สำรวจระบบสุริยะจักรวาล



Space Exploration การสำรวจอวกาศ สำหรับมนุษย์ชาตินั้นพึ่งเริ่มมาเพียง 50 กว่าปี หลังจากความสำเร็จของภาระกิจ สปุตนิก 1(Sputnik 1) ในปี 1957 นับว่าสั้นนักหากเปรียญเทียบกับอายุขัยของ จักรวาล (เพียงลำพังอายุของ ดวงอาทิตย์ก็มากกว่า 4.6 พันล้านปี)

50 ปี แห่งภาระกิจสำรวจระบบสุริยะจักรวาล ของมนุษย์ชาิติ

ภาพข้างต้น อาจจะดูแปลกตา มาดูกันว่ามันมีความหมายอย่างไรขออภิบายคร่าวๆ ดังนี้
1. จากภาพ วงกลมสีฟ้า ที่เป็นศูนย์กลางของ ริ้วเส้นเส้นสายจำนวนมาก คือ โลก(Earth)
2. เส้นสายจำนวนมาก แทน จำนวนภาระกิจที่ยานสำรวจอวกาศ ที่ถูกส่งจากโลกไปสำรวจ ดวงดาวต่างในระบบสุริยะจักรวาลของเรา ดังต่อไปนี้
  • ดวงอาทิตย์(Sun) มีภาระกิจสำรวจ 9 ภาระกิจ
  • ดาวพุธ(Mercury) มีภาระกิจสำรวจ 2 ภาระกิจ
  • ดาวศุกร์(Venus) มีภาระกิจสำรวจ 43 ภาระกิจ
  • ดวงจันทร์(Moon) มีภาระกิจสำรวจ 73 ภาระกิจ
  • ดาวอังคาร(Mars) มีภาระกิจสำรวจ 40 ภาระกิจ
  • ดาวพฤหัสบดี(Jupiter) มีภาระกิจสำรวจ 9 ภาระกิจ
  • ดาวเสาร์(Saturn) มีภาระกิจสำรวจ 5 ภาระกิจ
  • ดาวยูเรนัส( Uranus ) มีภาระกิจสำรวจ 1 ภาระกิจ
  • ดาวเนปจูน( Neptune ) มีภาระกิจสำรวจ 1 ภาระกิจ
  • อุกกาบาต(Asteroid) และดาวหาง(Comet) มีภาระกิจสำรวจ 14 ภาระกิจ
3. แถบด้านล่างสุด เป็นแถบเพื่อบอกระยะทางของยานสำรวจอวกาศ ลำต่างว่าปัจจุบันอยู่ห่างจากโลก เป็นระยะทางเท่าไร ( หน่วยเป็น 1,000 ล้านไมล์ ) ซึ่งจะมียานเพียง 5 ลำที่ปรากฏในแถบนี้ คือยานดังต่อไปนี้
  • New Horizon ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2006 มีเส้นทางจากโลก เข้าสู่วงโคจรของดาวพฤหัสบดี แล้วเดินทางผ่านดาวเสาร์เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2008 และคาดว่าจะถึงดาวพลูโต ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2015
  • Pioneer 11 ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 6 เมษายน 1973 มีเส้นทางจากโลก ผ่านดาวอังคาร ผ่านดาวพฤหัสบดี และออกจากระบบสุริยะจักรวาลไป เมื่ออยู่ระหว่างดาวพฤหัสบดี กับดาวเสาร์ ยานไพโอเนียร์11 ยังค้นพบ วงแหวนดาวเสาร์เพิ่มเติมจากเดิม
  • Voyager2 ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 1977 มีเส้นทางผ่านดาวในระบบสุริยะจักรวาลทุดดวง และเป็นยานสำรวจอวกาศ ลำแรกที่มาถึง ดาวยูเ้รนัส และดาวเนปจูน
  • Pioneer 10 ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 1972
  • Voyager1 ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 6 กันยายน 1977 และนับเป็นยานสำรวจอวกาศที่อยู่ไกลจากโ ลกมากที่สุดขณะนี้คือมีระยะทางกว่า 10 พันล้านไมล์

คลิกที่รูปเล็กเพื่อโหลด รูปความละเอียดสูง ขนาดใหญ่ยักษ์ เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง แผนที่ภาระกิจ สำรวจระบบสุริยะจักรวาล

ปริศนา สามเหลี่ยมเมอร์บิวด้า กับ ฟองก๊าซมีเทน



Bermuda Triangle สามเหลี่ยมเบอร์บิวด้าเป็น 1 ในสถานที่อันตรายที่สุดในการเดินเรือ และการบิน มันถูกเรียกว่า สามเหลี่ยมของปีศาจ เนื่องจากมีปรากฏการณ์ที่เรือเดินสมุทร และเครื่องบิน จำนวนมากได้หายสาบสูญ ไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ เป็นจำนวนมาก

รายละเอียดเกี่ยวกับ สามเหลี่ยมเบอร์บิวด้า

  • สามเหลี่ยมเบอร์บิวด้า เป็น บริเวณที่ถูกสมมุติขึ้นมาบนบริเวณ ตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ โดยการขีดเส้นตรงผ่าน 3 จุดดังต่อไปนี้ 1.เกาะเบอร์มิวด้า 2.ปลายสุดของรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา 3.ทางเหนือของประเทศเปอร์โตริโก
  • การหายสาบสูญส่วนใหญ่เกิดขึ้นในบริเวณ ตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของหมู่เกาะบาฮามาส(Bahamas) และช่องแคบฟลอริดา(Straits of Florida) ซึ่งในบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณที่มีการจราจร หนาแน่นที่สุดในโลก
  • เรื่องราวของ สามเหลี่ยมเบอร์บิวด้าถูกจุดประเด็นขึ้นมาเมื่อ วันที่ 16 กันยายน 1950 ในบทความของ Associated Press โดย Edward Van Winkle Jones ถึงการหายสาบสูญไปอย่างผิดปกติในพื้นที่ของ สามเหลี่ยมเบอร์บิวด้า
  • มีทฤษฎีจำนวนมากที่จะพยายามอธิบายถึง สาเหตุการหายสาบสูญนี้ ทั้งเรื่องการปั่นป่วนของกระแสแม่เหล็ก ทั้งในแง่กระแสน้ำ ทั้งจากพายุเฮอริเคน ทั้งจากการโจมตีของยานดำน้ำลึกลับ ทั้งจากการหลุดไปในต่างมิติ ฯลฯ
จากการศึกษาล่าสุด กับ ทฤษฏีฟองก๊าซมีเทน

  • จากการค้นคว้าล่าสุดที่ได้เปิดเผยในปี 2010 จากการศึกษาของนักศึกษาเกียรตินิยมนามว่า เดวิด เมย์(David May) ภายใต้การแนะนำของ ศาสตราจารย์ Joseph Monaghan แห่ง มหาวิทยาลัย Monash แห่งเมลเบิร์น(Melbourne) ที่ได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยใน นิตยสารฟิสิกส์(American Journal of Physics)
  • โดยแบบจำลองของพวกเขาแสดงให้เห็นว่า ฟองก๊าซขนาดใหญ่ สามารถจะจมเรือได้ ในรายงานยังได้เสนอให้มีการเพิ่มน้ำหนักการแจ้งเตือนเรือ เพื่อระวังภัยเพิ่มมากขึ้นเมื่อต้อง เดินทางผ่านบริเวณที่มีการเกิดฟองก๊าซมีเทน

ภายใต้อุณหภูมิต่ำ และความกดดันมหาศาลใต้มหาสมุทรก๊าซมีเทนจะอยู่ในสภาพเป็นของแข็ง ที่จะเรียกว่า มีเทนไฮเดรท(Methane Hydrate) ดังที่จะเห็นได้จากภาพซ้ายเป็นภาพของ มีเทนไฮเดรทที่สะสมตัวเป็นเนินอยู่ที่พื้นมหาสมุทร ในอ่าวเม็กซิโก ภาพขวาจะเห็นว่ามีเทนไฮเดรทสามารถลุกติดไฟได้เป็นอย่างดี


หากเกิดสภาพไม่สมดุลย์ของ อุณหภูมิ และ ความดัน จะทำให้มีเทนไฮเดรท เปลี่ยนสภาพจากของแข็ง เป็น ก๊าซมีเทน ลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ ดังในภาพ
  • ฟองก๊าซมีเทนขนาดใหญ่นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จาก มีเทนแข็ง(Methane Hydrate) ที่สลายตัวเกิดเป็นก๊าซมีเทนลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ
  • จากการสำรวจพื้นมหาสมุทร ด้วย โซน่าร์ ในบริเวณทะเลเหนือ (ระหว่างอังกฤษ กับทวีปยุโรป) และในบริเวณ สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า พบว่ามีแหล่งมีเทนแข็งจำนวนมาก และยังพบร่องรอยการระเบิดในอดีต
  • ฟองก๊าซมีเทนที่ลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำไม่ได้มีรูปทรงเป็น ทรงกลม แต่มีลักษณะ คล้ายรูปทรงเลนส์(ด้านบนมีลักษณะโค้ง ด้านล่างเรียบ)
  • เดวิด เมย์ ได้จำลองการทดลองโดยใช้ การกักน้ำไว้ระหว่างแผ่นกระจกที่วางในแนวตั้ง 2 แผ่น ทำการปล่อยฟองก๊าซจากด้านล่าง ด้านบนผิวน้ำมีโมเดลเรือลอยอยู่
เดวิด เมย์ พบว่า ฟองก๊าซขนาดใหญ่เท่าความยาวเรือ สามารถจมโมเดลเรือลงได้ขึ้นอยู่กับ ตำแหน่งที่ฟองก๊าซลอยขึ้นมาสัมผัสเรือ


ในช่วงตั้งสมมุติฐาน เดวิด เมย์ คิดว่าเมื่อฟองก๊าซลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ แล้วแตกตัวจะทำให้ผิวน้ำเกิดเป็นหลุมทำให้เรือตกลงไปในหลุมนั้น แต่ เมื่อทำการทดลอง เดวิด เมย์ พบว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นผิด เนื่องจากเมื่อฟองก๊าซแตกตัว นั้นจะเกิดลำน้ำความเร็วสูงพุ่งขึ้นมาดังในภาพ g และลำน้ำนี้จะตกลงนี้จะเป็นตัวดึงเรือลงสู่พื้นมหาสมุทรเบื้องล่าง
  • ส่วนในกรณีของเครื่องบิน ก๊าซมีเทนที่ลอยตัวขึ้นสูงถึงระดับเพดานบิน ก๊าซมีเทนจะมีผลต่อระบบจุดระเบิดในเครืองยนต์ และมีผลต่อแรงยกตัวของเครืองบนจนเครื่องตกในที่สุด
ข้อมูลอ้างอิง ปริศนา สามเหลี่ยมเมอร์บิวด้า กับ ฟองก๊าซมีเทน




ปรากฏการณ์ธรรมชาติ พระอาทิตย์ทรงกลด



Sun Holo หรือ ที่รู้จักในชื่อไทยว่า พระอาทิตย์ทรงกลด โดยมีลักษณะ เห็นพระอาทิตย์เป็นเป็นดวงสุกสว่าง ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง(โดยมากจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ) มีวงแหวนมีลักษณะเป็นรุ้งจางๆ อยู่โดยรอบพระอาทิตย์ สามารถพบได้มากกว่า 1 วง


สาเหตุการเกิด ปรากฏการณ์ธรรมชาติ พระอาทิตย์ทรงกลด

  • ในวันที่มีอากาศหนาวเย็น ทำให้ละอองน้ำในชั้นบรรยากาศเกิดการแข็งตัว เป็นผลึกน้ำแข็ง
  • ผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กที่เกิดในเมฆ ที่ระดับความสูง 5-10 กิโลเมตร ในชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์ (Troposphere) จะเป็นสาเหตุของ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ พระอาทิตย์ทรงกลดนี้
  • ผลึกน้ำแข็งจะทำหน้าที่หักเห และสะท้อนแสง จากพระอาทิตย์ทำให้เกิดแถบรุ้ง ขึ้นรอบพระอาทิตย์
  • ในบางครั้ง ผลึกน้ำแข็ง และละอองน้ำในอากาศ จะทำหน้าที่หักเหแสง ในลักษณะคล้ายเลนส์นูน จึงทำให้เห็นขนาดพระอาทิตย์ใหญ่ ขึ้นกว่าปกติ
คลังภาพ พระอาทิตย์ทรงกลด


ปรากฏการณ์ธรรมชาติพระอาทิตย์ทรงกลด ที่ลานสกีแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2005


ภาพนี้สวยงามมาก เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หายากยิ่ง เมื่อเป็นการเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ แบบผสมผสาน ดังต่อไปนี้
  1. ปรากฏการณ์ธรรมชาติ พระอาทิตย์ทรงกลด(แถบแสงวงกลม ที่เกิดรอบดวงอาทิตย์)
  2. ปรากฏการณ์ธรรมชาติ Sun dog (จุดแสงเล็กๆ ระดับไหล่ของคนเสื้อส้ม ที่ขอบแนววงแหวน )
  3. ปรากฏการณ์ธรรมชาติ Parhelic Circle (แถบแสงสว่างที่วิ่งตัดพระอาทิตย์ และ Sun dog ในแนวราบ)
  4. ปรากฏการณ์ธรรมชาติ Upper Tangent Arc (แถบแสงสว่างด้านบน ที่มีลักษณะนูน หัวคว่ำ )
เทคนิคในการถ่ายรูปพระอาทิตย์ทรงกลด
จะต้องหาวัตถุอะไรซักอย่างมาบังพระอาทิตย์ ดังจะเห็นในภาพจั่วหัวจะใช้มุมตึก ส่วนรูปล่างสุดจะใช้หัวคนใส่ชุดสีส้ม มาเป็นวัตถุบังดวงอาทิตย์ เนื่องจากถ้าถ่ายภาพพระอาทิตย์โดยตรง โดยไม่มีวัตถุบังแสง แสงจ้าจากดวงอาทิตย์ จะสว่างบดบัง วงแหวนโดยรอบจนหมดความชัดเจนงดงาม
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง กับ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ หินเดินได้ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แผ่นน้ำแข็งวงกลม ปริศนา ปรากฏการณ์ ธรรมชาติ เมฆ จานบิน ปรากฏการณ์ ธรรมชาติ เมฆ งวง ปรากฏการณ์ ธรรมชาติ ทุ่ง น้ำแข็ง นักบวช ขาว ปรากฏการณ์ ธรรมชาติ กองทัพ คลื่น แห่ง แม่น้ำ อเมซอน ปรากฏการณ์ ธรรมชาติ รุ้งกินน้ำ ปรากฏการณ์ ธรรมชาติ สายฟ้า แห่ง ภูเขาไฟ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ พายุเพลิงหมุน

ข้อมูลอ้างอิง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ พระอาทิตย์ทรงกลด ( Sun Holo )

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เสาแสง

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เสาแสง

Light Pillar ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เสาแสง มีลักษณะเป็นแท่งลำแสง พุ่งขึ้นในแนวดิ่งสู่ท้องฟ้า

สาเหตุการเกิด ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เสาแสง

  • เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากการสะท้อนแสง (Reflection of Light) ของผลึกน้ำแข็งเล็กๆในอากาศ ที่สะท้อนลำแสงจากแห่งกำิเนิดแสง เข้าสู่ดวงตาของเรา
  • แนวทางของแหล่งกำเนิดแสงนั้นจะมีลักษณะอยู่ในแนวราบ ค่อนข้างขนานกับพื้น
  • โดยมากแห่งกำเนิดแสงจะเป็นพระอาทิตย์ แต่ ก็สามารถเกิดจากพระจันทร์ หรือ แสงสว่างที่มนุษย์สร้างขึ้นก็ได้
ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เสาแสง
ผลึกน้ำแข็งเล็กๆ ในอากาศ เหล่านี้ที่ทำหน้าที่สะท้อนแสง

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เสาแสง
ภาพการเกิด เสาแสงขณะพระอาทิตย์อยู่ในระดับต่ำ ( แผ่นสีฟ้าคือ ผลึกน้ำแข็งเล็กในอากาศ ที่ทำหน้าที่สะท้อนแสง แนวลูกศรคือ ทิศทางของแสงจากแห่งกำเนิด)


รูปแบบการการเกิด เสาแสง จากพระอาทิตย์กำลังขึ้น หรือ ตก

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เสาแสง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เสาแสง
ลักษณะการเิกิดเสาแสง จากแห่งกำิเนิดแสงจาก ไฟถนน

คลังภาพ เสาแสง


การเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ เสาแสง ขณะพระอาทิตย์ตกดิน ที่ Tucson , Arizona สหรัฐอเมริกา


ภาพนี้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติเสาแสง 2 แท่่ง ที่เกิดจากมนุษย์สร้างขึ้น เป็นผลงานการสร้างของมหาวิทยาลัย University of Alaska Fairbanks

ข้อมูลอ้างอิง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เสาแสง ( light pillar )


ในที่สุดความจริงก็เปิดเผย ปลาหน้าคน



Thank You ขอบคุณ ก่อนอื่นต้องกล่าวคำนี้คุณ visavern ที่ช่วยสืบหา ความจริงมาตีแผ่ให้เรากันครับ เนื่องจากเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2553 wowboom ได้เสนอบทความ "ปลาปลาคาร์พ หน้าคน มีจริงซะงั้น ( Carp )" ในส่วนปลาคาร์พมันก็พอจะกระจ่างว่าเป็นของจริง ที่บังเอิญดันมี มาร์คกิ้ง ที่มีรูปร่างละม้ายคล้าย หน้าคน แต่มันยังมี ปลาหน้าคนปริศนาอีกตัวตามรูปจั่วหัว ???

รายละเอียด ปลาหน้าคน


  • ปลาหน้าคนตามรูปที่จั่วหัวเป็นเพียงโมเดล ที่ทำขึ้นเพื่อโปรโมตวีดีโอเกมส์ ที่มีชื่อว่า " Seaman " ของเครื่อง Sega Dreamcast
  • เนื้อหาเกมส์ก็ราวๆ ว่าเรารับหน้าที่เป็นผู้ดูแล ปลาประหลาด ที่มีใบหน้าเป็นคนที่ชื่อว่า " Seaman " ภายในห้องทดลอง โดยเราจะต้องคิดว่าจะดูแล เอาใจปลาประหลาดนี้อย่างไรไม่ให้มัน ตาย
  • โดยเจ้า " Seaman " นี้เป็นปลาน้ำจืดรูปร่างเหมือนปลาคาร์พ แต่มีหน้าเป็นคน
  • เมื่อเลี้ยงไปเรื่อยๆ เจ้าปลาหน้าคน ไปเรื่อยมันจะพัฒนาไปเรื่อยๆจนกลายร่างเป็น กบหน้าคน ตอนนี้มันสามารถขึ้นจากน้ำมาสร้างความยุ่งยากได้เพิ่มอีก
  • การโปรโมตเกมส์ ก็ทำเป็นแกล้ง พบซากปลาประหลาดหน้าคน ดองไว้ในโหล และมันก็กลายเป็นอีกตำนาน เรื่องลวงโลกอมตะบน โลกอินเตอร์เน็ต อยู่ถึงทุกวันนี้

ภาพในเกมส์ Seaman สังเกต ที่หงอน ของปลาในเกมส์ และ ปลาโมเดล เหมือนกันเปี๊ยบ
ขอบคุณสังคมแห่งการแบ่งบัน ครับ
ข้อมูลอ้างอิง ในที่สุดความจริงก็เปิดเผย ปลาหน้าคน

อ้างอิงในส่วนโมเดลปลาหน้าคน


อ้างอิงในส่วนเกมส์ Seaman

คลังบทความ wowboom

เพื่อนๆ wowboom