คนสุดขีดนักกล้ามหญิงปลาน้ำลึกรถแต่งซิ่ง7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสิ่งก่อสร้างสุดขีดพับกระดาษสมุดระบายสี

แจ็คพอลแตก



ที่เห็นในภาพไม่ใช่ตุ๊กตาเด็กขนาดยักษ์ แต่เป็นหนูน้อยที่มุดเข้าเพื่อหวังจะได้ตุ๊กตามาเล่นแล้วติดแหงกร้องไห้อยู่ในตู้หยิบตุ๊กตาหยอดเหรียญ ในโรงแรม Stuart hotel ในเมือง Townsville ที่อยู่ทางเหนือของประเทศออสเตรเลีย โชดดีที่กุญแจเปิดตู้อยู่ที่โรงแรมทำให้ทีมกู้ภัยสามารถช่วยหนูน้อยออกมาได้โดยง่าย และหนูน้อยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

อ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2057620/Toddler-trapped-toy-fairground-game-Stuart-Hotel-Townsville.html

เทคนิควิธีในการเปลี่ยนสีตาจาก สีน้ำตาล เป็น สีฟ้า



สำหรับสาวๆที่ต้องการมีสีตาแบบฝรั่งตาน้ำข้าว วิธีง่ายสุดก็หาบิ๊กอายมาใส่ แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนแบบถาวรเดิ๋ยวนี้การแพทย์ก็ช่วยคุณได้ภายในเวลาเพียงแค่ 20 วินาที(รู้สึกว่ามันจะเร็วกว่าใส่คอนแทคเลนส์เสียอีก)

รายละเอียด

  • เทคนิคเปลี่ยนสีตาถาวรนี้มีชื่อว่า Lumineyes technology ที่ได้รับการพัฒนาโดย ด็อกเตอร์ Gregg Homer จาก Stroma Medical ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ทีใช้เวลาพัฒนากว่า 10 ปี
  • เทคนิควิธีนี้ใช้เแสงเลเซอร์ที่มีคลื่นความถี่เฉพาะ โดยพลังงานจากแสงเลเซอร์จะขจัดเม็ดสีน้ำตาลออกจากส่วนบนของม่านตา(Iris) และหลังจากนั้น 2 - 3 สัปดาห์ ม่านตาก็จะปรากฏเป็นสีฟ้า
  • แต่การเปลี่ยนสีม่านตานี้เป็นการเปลี่ยนแบบบถาวร เนื่องจากเนื้อเยื่อม่านตาไม่สามารถสร้างเม็ดสีขึ้นมาทดแทนได้ใหม่
  • ส่วนค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสีตานั้นตกอยู่ที่ 3,000 ปอนล์(1.5 แสนบาท)
  • โดยคาดการว่าขบวนการในการขออนุญาตในการใช้เทคนิควิธีนี้สำหรับนอกสหรัฐอาจใช้เวลาประมาณปีครึ่ง และในสหรัฐอาจต้องรอถึง 3 ปี
ปล.
  • ภาพจั่วหัวคือคนที่ทำการยิงเลเซอร์ด้วยเทคนิควิธี Lumineyes technology เพียงบางส่วนของม่านตาจะเห็นว่าจะมีม่านตาบางส่วนยังเป็นสีน้ำตาลอยู่ และบางส่วนก็ถูกขจัดสีน้ำตาลออกไปแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้า
  • การที่ตาของคนเรามีสีน้ำตาลนั้นเกิดจากเม็ดสีที่รู้จักกันในชื่อ เมลานิน(Melanin) แต่การที่คนมีตาสีฟ้าไม่ใช่เพราะคนคนนั้นมีเม็ดสีฟ้าในตาแต่เป็นผลมาจากกการที่เขาคนนั้นมี เมลานินในตาในปริมาณต่ำ
  • Professor Eiberg กล่าวว่าในอดีตมนุษย์ทุกคนมีตาสีน้ำตาลทุกคน
  • จากวิจัยในปี 2008 จาก the University of Copenhagen พบว่าเมื่อประมาณ 6 - 10 พันปีได้เกิดมีการกลายพันธุ์ทำให้มีมนุษย์ตาสีฟ้าอุบัติขึ้นบนโลก และเหล่ามนุษย์ที่มีตาสีฟ้าในปัจจุบันได้สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน

อ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/health/article-2056646/California-doctor-Gregg-Home-turn-brown-eyes-blue.html

สะพานแปลก



เห็นภาพแล้วพูดได้คำเดียวว่าเพี้ยนไปแล้ว สำหรับสะพานที่ดูเหมือนจะส่งรถของคุณบินสู่ท้องฟ้าแล้วหล่นตุ๊บลงทะเล แต่อย่ากังวลไปเลยมันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้นเอง


รายละเอียด

  • สะพานแห่งนี้มีชื่อว่า The Storseisundet Bridge ตั้งอยู่ทาง ตะวันตกของอ่าวเนอร์เวย์(west coast of Norway) บนถนนดิแอตแลนติก(The Atlantic Road หรือ the Atlanterhavsveien) ในประเทศนอร์เวย์
  • ดิแอตแลนติก เป็นถนนที่มีความยาว 8.274 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างเมือง Averøy กับแผ่นดินใหญ่ของเนอร์เวย์ โดยถนนเส้นนี้ประกอบไปด้วยสะพาน 8 แห่ง ที่ทำให้ที่เชื่อต่อระหว่างเกาะแก่งเป็นช่วงๆ
  • สะพานแห่งนี้ก่อสร้างในปี 2005 และกลายเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่เหล่านักท่องเที่ยวจะต้องมาถ่ายภาพซักครั้งหนึ่ง และสะพานแห่งนี้ก็มักจะปรากฏในภาพยนต์โฆษณาบ่อยๆเนื่องจากรูปลักษณะที่แปลกไม่เหมือนใคร
  • สะพานแห่งนี้เป็นสะพานแบบที่เรียกว่า สะพานยืน(cantilever bridge คือสะพานที่จะมีฐานรองรับหลักอยู่ที่คอสะพานแต่ละด้านเป็นอิสระต่อกัน และทำการก่อสร้างยืนแขนของสะพานแต่ละด้านไปบรรจบกันตรงกลางโดยทางทฤษฏีสะพานสามารถอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกันตรงกลาง) โดยส่วนยื่นที่ยาวที่สุดที่ปราศจากสิ่งค้ำยันมีความยาว 260 เมตร ยกตัวสูงจากทะเล 23 เมตร
  • ส่วนคำถามว่าทำไมมันถึงบิดโค้งขออย่างนี้เพื่ออะไร สาเหตุเนื่องจากบริเวณเกาะแก่งตามธรรมชาติที่เป็นฐานของสะพานมีลักษณะสลับไปมาไม่เป็นเส้นตรง การสร้างสะพานเชื่อมจึงต้องบิดโค้งไปหาเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่กว่าการเอียงไปหาเป็นเส้นตรง และเพื่อให้ได้เส้นทางที่สั้นที่สุดเพื่อประหยัดงบประมาณในการก่อสร้าง

ภาพสะพานทั้งหมดจะเห็นว่ามันโค้งบิดงอ ทำให้เมื่อมองจากบางมุมทำดูเหมือนมันขาด


อธิบายส่วนสะพานยืน(Cantilever bridge)คือส่วนที่ยืนอิสระออกจากตอม่อสะพาน(เสาสีเทา) ส่วนที่เป็นสะพานสีฟ้าคือโครงสร้างที่นำมาแขวนไว้บนปลายแขนสะพานยืนแต่ละข้าง

ข้อมูลอ้างอิง
  • http://en.wikipedia.org/wiki/Storseisundet_Bridge (อ้างอิงในส่วนสะพาน Storseisundet Bridge)
  • http://en.wikipedia.org/wiki/Atlanterhavsveien (อ้างอิงในส่วนถนนดิแอตแลนติก)
  • http://www.slideshare.net/Bryagh/atlantic-highway-norway (อ้างอิงในส่วนทำไมสะพานต้องโค้ง)

ประสบการณ์หลังความตาย



มีรายงานว่าผู้ป่วยที่ฟื้นจากความตายรู้สึกเหมือนตอนเองลอยออกจากร่างของตนเองที่นอนสงบนิ่งอยู่เบื้องล่าง บ้างก็ว่ารู้สึกเหมือนถูกดึงสู่อุโมงค์อันมืดมิที่มีแสงสว่างไสวอยู่ปลายทาง ลองดูว่าวิทยาศาสตร์มีคำตอบกับรายงานพวกนี้ว่าอย่างไร

รายละเอียด

  • โดยนักวิทยาศาสตร์กล่าวยืนยันว่า การที่ผู้ฟื้นจากความตายรู้สึกถึงการล่องลอยออกจากร่างนั้นแท้จริงเป็นเพียงการเล่นตลกของสมองที่พยายามจะทำความเข้าใจถึงขบวนตาย(ชีพจรต่ำ เลือดเลี้ยงสมองน้อยลง)
  • โดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Edinburgh และ Cambridge ที่ทำการตรวจสอบงานศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในสมองของเหล่าผู้เฉียดตาย
  • โดยนักวิจัย Caroline Watt กล่าวว่าหนึ่งในรูปแบบที่เหล่าผู้เฉียดตายจะเห็นเหมือนๆกันก็คือ การถูกดึงไปในอุโมงค์สู่ปลายทางที่มีแสงสว่าง มีความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดจากการตายของเซลล์รับแสงในดวงตา
  • ส่วนการที่มีความรู้สึกถึงวิญญาณออกจากร่างนั้นเกิดจากการที่สมองพยายามจะทำความรู้จักกับรู้แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน(ความตาย) โดยด็อกเตอร์วัตท์กล่าวว่าเราสามารถหลอกสมองได้โดยการใส่เครื่องฉายภาพเสมือนแบบครอบหัวแล้วฉายภาพของตัวเองอยู่ด้านหน้าในระยะสามฟุตรูปแบบนี้สามารถหลอกสมองให้คิดว่าวิญญาณออกจากร่าง
  • หรือความรู้สึกสงบ มีความสุข อิ่ม นั้นเป็นผลมาจากโฮโมน Noradrenaline ที่จะหลั่งออกมาเมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือตกอยู่ในสภาพเครียด
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/health/article-2055499/An-body-experience-brain-playing-tricks-you.html

ตรวจ วิสกี้ ด้วยเลเซอร์



วิสกียี่ห้อดังราคานั้นแพงระยับ แน่นอนย่อมจะมีของปลอมบางคนที่ไม่ใช่นักชิมตัวยงอาจจะเป็นการยากที่จะแยกว่าวิสกี้นั้นเป็นของจริง หรือ ของปลอม แต่วิทยาศาสตร์ก็มีทางออกก็ให้ เลเซอร์ช่วยชิมแทน

รายละเอียด

  • เลเซอร์นักชิมวิสกี้นี้เป็นผลงานของ นักวิจัยจากเซนต์แอนดรูวส์(St Andrews)
  • แน่นอนวิสกี้คงไม่สามารถรับรสได้ แต่พวกก็อาศัยการตรวจวัด
  • การทดสอบทำโดยการใช้ วิสกี้เพียงหยดเดียว โดยแสงเลเซอร์ที่ใช้มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ที่ยิงสู่ชิฟโปร่งแสงที่อยู่ด้านบนของ หยดวิสกี้
  • เทคนิคนี้ใช้สมบัติการ เรืองแสงของวิสกี้ การกระเจิงของแสง และการเปลี่ยนแปลงพลังงานของแสงเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับโมเลกุลของของเหลว ข้อมูลที่ได้จะมีลักษณะเฉพาะของวิสกี้แต่ละยี่ห้อ แต่ละชนิดกัน รู้ถึงปริมาณแอลกอฮอล์ สี หรือแม้แต่อายุของมอลต์ที่นำมาทำวิสกี้
  • เทคโนโลยี่นี้สามารถพัฒนาในการวิเคราะห์ทางชีวะ วิเคราะห์ทางการแพทย์ และอื่นได้อีก
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2055777/New-laser-detector-tastes-whisky-fake-using-just-drop.html

ฮาโลวีน



วันนี้อัพบทความสายสุดๆเนื่องจากเป็นไข้นั่งเขียนไม่ไหวเมื่อคืน และบทความที่ในสต๊อกก็หมด พอดีไปเห็นพ่อหนุ่มคนนี้ชุดเขาไอเดียบรรเจิดเหลือเกิน เหมาะกับช่วงฮาโลวีนนี้พอดีเลยเอามาให้ดูแก้เครียดน้ำท่วมประเทศไทย 2554 กัน


รายละเอียด

  • ชุดมองทะลุตัวเหมือนถูกจรวดยิงทะลุร่างเลือดสาด เป็นผลงานของนาย Mark Rober เห็นคิดอะไรแบบนี้ทำงานที่นาซ่านะครับ
  • การที่จะได้ชุดที่สามารถมองทะลุร่างได้ต้องใช้ตัวช่วยจาก iPad จำนวน 2 เครื่อง คาดที่ด้านหน้าและด้านหลังลำตัวรัดด้วยเทปกาว เจาะรูที่เสื้อแต่งรายละเอียดด้วยสีแดงให้เหมือนเลือดรอบรู
  • โดยเซทให้ iPad ทั้งสองเครื่องให้ทำการ FaceTime video chat กันระหว่างสองเครื่อง(ปล. Admin DEN ไม่มี iPad ไม่ค่อยแน่ใจนะครับว่าประโยคนี้ว่าถูกต้องหรือเปล่า ผิดก็เม้นท์เข้ามาจะได้แก้ไขนะครับ) ซึ่งจะทำให้ iPad ตัวหน้าแสดงภาพที่ถูกบันทึกจาก iPad ตัวหลัง

ด้านหลัง ก็มีอีกรูมองทะลุเห็นเลย


อันนี้โบกมือให้ดูด้วยว่าทะลุจริงๆ

ข้อมูลอ้างอิง

คลังบทความ wowboom

เพื่อนๆ wowboom